14 พฤศจิกายน 2549
ชี้แจงผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินร้อยละ 20
ที่ ห.ท.061/2549
วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
เรื่อง ชี้แจงสาเหตุผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ 20 สำหรับงบไตรมาสที่สาม
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทฯ ใคร่ขอชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่สามโดยเฉพาะในส่วน
ของผลขาดทุนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่บริษัทฯก็ประสบความสำเร็จในส่วนของการบริหารกระแสเงินสด
จากการดำเนินงานเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง
ไตรมาสที่สามที่ผ่านมา ฝ่ายจัดการยังคงทำการแก้ไขบัญชีเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่มีปัญหา
อันเนื่องมาจากการขายในปี พ.ศ. 2548 และ 2547 อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนรถ
จักรยานยนต์ยึดคืนเพิ่มขึ้นและค้างอยู่ในคลังสินค้าของบริษัทฯ จำนวนมาก
มูลค่าของรถจักรยานยนต์มือสองในประเทศไทยมีมูลค่าที่ลดลงรวดเร็วมากในหลายเดือน
ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากการออกสู่ตลาดของรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ และ ปริมาณรถจักรยานยนต์
มือสองในตลาดมีปริมาณมากเกินไป
ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้ดำเนินการขายรถจักรยานยนต์มือสองโดยผ่านช่องทางการประมูล
และ ขายให้ตัวแทนร้านค้าโดยตรง เพื่อลดปริมาณรถจักรยานยนต์ในสต๊อก แม้ว่าราคาขาย
ผ่านช่องทางดังกล่าวจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาที่สามารถจำหน่ายได้ในช่องทางตามปกติ หรือ
ขายตรงให้กับผู้บริโภค เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าของรถจักรยานยนต์มือสองที่ลดลง
บริษัทฯ ได้ตัดสินใจปรับลดราคาตามบัญชีให้อยู่ในระดับราคาขายที่ได้รับจากการประมูลล่าสุด
ทำให้บริษัทฯต้องปรับลดราคาสินค้าคงคลังลงในไตรมาสสามนี้คิดเป็นเงิน 377 ล้านบาท
ซึ่งได้เปิดเผยแยกต่างหากในงบกำไรขาดทุน
นอกเหนือจากการปรับลดราคารถจักรยานยนต์ที่ยึดคืนที่อยู่ในสต๊อกแล้ว บริษัทฯ ยังได้
ตัดสินใจตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นสำหรับบัญชีลูกหนี้ผ่อนชำระรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้ตั้งสำรองฯ
เพิ่มขึ้นคิดเป็นเงิน 113 ล้านบาท และได้เปิดเผยแยกต่างหากในงบกำไรขาดทุนเช่นกัน
ผลจากการเปลี่ยนแปลงทางการบัญชีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่องบกำไรขาดทุนคิดเป็นเงิน
490 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 69% ของยอดขาดทุนประจำไตรมาสสามนี้
กระบวนการยึดสินค้าคืนจากลูกหนี้ผ่อนชำระที่มีปัญหาและการขายรถจักรยานยนต์มือสอง
จะยังคงดำเนินต่อเนื่องในไตรมาสที่สี่ของปีนี้ และคาดว่าสินค้ารถจักรยานยนต์ยึดคืนจะสามารถ
ลดลงให้อยู่ในระดับปกติหลังจากนั้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานมีการปรับปรุงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่สามนี้
เป็นบวกเพิ่มเติมอีกคิดเป็นเงิน 192 ล้านบาท คิดเป็นยอดสะสมเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30
กันยายน 2549 คิดเป็นกระแสเงินสดเป็นบวกทั้งสิ้น 678 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลา
เดียวกันของปี 2548 มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นลบอยู่ 1,269 ล้านบาท หมายความ
ว่ากระแสเงินสดดีขึ้นถึงเกือบสองพันล้านบาท บริษัทฯคาดการณ์ว่ากระแสเงินสดที่เป็นบวกนี้ยังคง
ดำเนินต่อไปควบคู่กับมาตรการปรับปรุงธุรกิจของบริษัทฯ
บริษัทได้ขยายขอบข่ายการจัดการเกี่ยวกับความเสี่ยงและการควบคุมที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ใจ
ว่าสถานการณ์เกี่ยวกับลูกหนี้ผ่อนชำระที่มีปัญหา ไม่เกิดขึ้นอีก เป็นที่คาดหมายว่าวิธีการปล่อย
สินเชื่อเช่าซื้อที่เข้มงวดแม้จะทำให้ยอดขายต่ำลงแต่คุณภาพของบัญชีลูกหนี้ผ่อนชำระใหม่จะดีขึ้น
บริษัทฯ จะดำเนินการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถทำให้
ธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต
ข้อสังเกตสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญในไตรมาสสาม
งบกำไรขาดทุน
รายได้จาการขายสำหรับไตรมาสสามนี้อยู่ที่ 585.1 ล้านบาท เทียบเป็น 49% ของระยะ
เดียวกันของปีก่อน สาเหตุที่ลดลงเนื่องมาจากการชะลอการขายรถจักรยานยนต์ ซึ่งอยู่ที่ 25%
ในขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ อยู่ที่ 87% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกับปีก่อน
ดอกเบี้ยรับจากการขายผ่อนชำระอยู่ที่ 238 ล้านบาท หรือ ลดลง 143 ล้านบาทสืบเนื่อง
มาจากการลดลงของบัญชีลูกหนี้ผ่อนชำระอันสืบเนื่องมาจากการขายที่ลดลง และการยึดสินค้าคืน
ที่เพิ่มสูงขึ้นมากตั้งแต่ต้นปี ณ สิ้นเดือนกันยายนบัญชีลูกหนี้ผ่อนชำระอยู่ที่ 322,884 บัญชี เมื่อ
เทียบกับสิ้นเดือนกันยายนของปีก่อนอยู่ที่ 409,928 บัญชี เท่ากับลดลง 87,044 บัญชี
ขาดทุนจากการตีราคาสินค้ายึดคืน รถจักรยานยนต์ จำนวนเงิน 377.2 ล้านบาท
เกิดจากผลต่างจากการตีราคาสินค้าตามปกติสำหรับรถจักรยานยนต์ยึดคืน กับ มูลค่า 7,000 บาท
ต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยที่คาดว่าจะขายได้จากการขายด้วยวิธีการประมูล รายการนี้ถือว่า
เป็นการตั้งสำรองสำหรับสินค้าเพื่อให้การตีราคาเป็นไปอย่างระมัดระวัง
ขาดทุนจากการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นสำหรับลูกหนี้ผ่อนชำระ รถจักรยานยนต์ จำนวนเงิน
133.3 ล้านบาท เป็นการคาดคะเนการตั้งสำรองสูงขึ้น (โดยตั้งเพิ่มขึ้น 20% ของอัตราสำรอง
ที่ใช้อยู่ตามปกติ) สำหรับบัญชีลูกหนี้ผ่อนชำระรถจักรยานยนต์
กล่าวโดยสรุป ขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาสที่สามนี้ คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 713.1 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 34.7 ล้านบาท ในช่วงระยะเวลาเดียวกับปีก่อน ส่วนแตกต่าง 747.8 ล้าน
สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
1. ขาดทุนจากการตีราคาสินค้ายึดคืน รถจักรยานยนต์ 377.2 ล้านบาท
2. ขาดทุนจากการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นสำหรับลูกหนี้ 113.3 ล้านบาท
3. ขาดทุนจากการยึดคืนสินค้าเพิ่มขึ้น 93.5 ล้านบาท
4. ดอกเบี้ยรับจากการขายผ่อนชำระลดลง 143.0 ล้านบาท
5. ขาดทุนเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการขายที่ลดลงและอื่น ๆ 20.8 ล้านบาท
งบดุล
ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น สุทธิ ลดลงจาก 4,706.1 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2548
มาอยู่ที่ 3,231.0 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2549 สาเหตุเนื่องมาจากการลดลงของบัญชี
ลูกหนี้ผ่อนชำระ และการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองสำหรับลูกหนี้ผ่อนชำระ รถจักรยานยนต์
สินค้าคงเหลือ สุทธิลดลงจาก 754.3 ล้านบาทเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2548 มาอยู่ที่
677.8 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2549 สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองสำหรับสินค้ายึดคืน
รถจักรยานยนต์
หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย หรือเงินกู้ยืมลดลง 678 ล้านบาท (192 ล้านในไตรมาสที่สาม)
เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2548 สาเหตุมาจากบริษัทฯมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก
สืบเนื่องจาการจัดซื้อสินค้าที่ลดลงโดยเฉพาะไม่มีการจัดซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ระหว่างปี
จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัทฯ
ขอแสดงความนับถือ
(นายประทีป แสงหิรัญวัฒนา)
ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน