Empowering Better Living Through Trusted Products and Accessible Finance

who we are

ยกระดับทุกการใช้ชีวิต ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่วางใจ

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) “บริษัท” เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ซิงเกอร์” เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านต่างๆ นอกจากนี้ยังจำหน่ายสินค้าเชิงพาณิชย์ เช่น ตู้แช่ ตู้เติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ เครื่องทำน้ำหวานเกล็ดหิมะ และเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อต่างๆ

เพื่อสนองตอบต่อ ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และหลากหลายทั้งกลุ่มลูกค้า บ้าน และกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ ผ่านร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นสาขาของบริษัท เอง และผ่านทางตัวแทนจำหน่ายต่างๆ มากกว่าร้อยละ 80 ของยอด ขายเป็นการขายแบบเช่าซื้อ โดยบริษัทให้เช่าซื้อผ่านทาง บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด ซึ่ง บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 78.17 มีทุนจดทะเบียน 6,240ล้านบาท เป็นทุนที่เรียกชำระเต็มมูลค่าหุ้นแล้ว 6,240 ล้านบาท และบริษัทได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2527 ในวันที่ 4 มกราคม 2537 บริษัทได้ทำการจดทะเบียนแปรสภาพเป็น “บริษัทมหาชนจำกัด” ตั้งแต่แรกตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบันบริษัทได้ประกอบธุรกิจด้วยความ ซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบต่อสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศไทย และเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ถือเป็นวาระ อันเป็นมหามงคลอย่างยิ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้ง (พระครุฑพ่าห์) ให้ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) นับเป็นเกียรติประวัติ และเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่บริษัท และพนักงานทุกท่าน

วิสัยทัศน์

ผู้นำทางด้านเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และการให้บริการทางการเงิน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

พันธกิจ

การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างอาชีพของคนไทย

ด้วยระบบเครือข่ายเทคโนโลยี และการให้บริการที่หลากหลายทางการเงิน

เป้าหมาย

มุ่งมั่นที่จะเป็น ผู้นำทางด้านเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

การให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย และเกิดการขยายเครือข่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ครอบคลุมทั่วประเทศ กว่า 10,000 ราย ในปี 2569 ด้วยดิจิทัลแพลทฟอร์ม

บริษัทไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่มุ่งหวังผลกำไร แต่ต้องเป็นบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี และมีคุณค่าที่ควรรักษาและใส่ใจ ดังนี้

ภาวะผู้นำ
คู่ค้า
บุคลากร
ลูกค้า
ผู้ถือหุ้น
การสื่อสาร
ชุมชน
คู่แข่ง
บุคลากร
เราเชื่อมั่นในพลังของบุคลากร ซึ่งเป็นกุญแจของความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจบริการของเรา ดังนั้นบุคลากรของซิงเกอร์ ประเทศไทย จะต้องมีทั้งความสุข และภาคภูมิใจในบริษัท รวมทั้งมีโอกาสที่จะก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน
คู่แข่ง
เรายอมรับ และให้เกียรติ สำหรับความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าตลาดร่วมกัน
ลูกค้า
เรามีเป้าหมาย ที่จะมีลูกค้าใช้บริการของเราตลอดชีวิตด้วยการสร้างฐานลูกค้าที่มีความจงรักภักดี สินค้าคุณภาพดี ชำระเงินที่ตรงเวลา ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด และสม่ำเสมอ
ชุมชน
เราดำเนินการธุรกิจด้วยคุณธรรม จริยธรรม พร้อมตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อชุมชน
ผู้ถือหุ้น
เราให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า และคุ้มแก่การลงทุน
การสื่อสาร
เราเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของการสื่อสารแบบ 2 ทางภายในองค์กร
คู่ค้า
เราพัฒนาคู่ค้าเพื่อเป็นพันธมิตรให้ก้าวหน้า และเติบโตไปด้วยกัน
ภาวะผู้นำ
เราเชื่อมั่นในประสิทธิผลของภาวะผู้นำ ไม่เพียงแต่จะเป็นผู้จัดการที่ดีเท่านั้น บุคลากรทุกระดับ จะต้องมีความมุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำที่ดีเลิศ
สาส์นจากประธานกรรมการ
บริษัทขอให้คํามั่นสัญญาต่อผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการและผู้บริหาร จะนําพาให้ธุรกิจในกลุ่มบริษัท เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องได้ในอนาคต เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา
ประธานกรรมการ
ดูเพิ่มเติม
ปี 2568
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 288 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติการจำหน่ายหุ้นซื้อคืนสำหรับโครงการซื้อหุ้นคืน รวมทั้งสิ้นจำนวน 13,890,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 1.69 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว ทั้งหมด (จำนวนหุ้น ณ วันสิ้นสุดโครงการ) โดยกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน ตั้งแต่วันที่ 23 - 26 ธันวาคม 2568 หากพ้นกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นซื้อคืน บริษัทไม่สามารถจำหน่ายหรือจำหน่ายไม่หมด บริษัทจะทำการลด ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วโดยการตัดหุ้นสามัญที่ซื้อคืน
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนข้างต้น บริษัทไม่สามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนจำนวน 13,890,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 1.69 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด (จำนวน ณ วันสิ้นสุดโครงการ) ได้ ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตาม กฎกระทรวง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท และ การตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท พ.ศ. 2544 ซึ่งได้รับการแก้ไขโดย กฎกระทรวง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน และการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 บริษัทจึงต้อง ดำเนินการลดทุนที่ชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืนและยังมิได้จำหน่าย จำนวน 13,890,000 หุ้น มูลค่า ที่ตราไว้หุ้นละ 1.0 บาท
ปี 2567
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 270 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ได้มีมติเปลี่ยนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของบริษัทใหม่ และเพิ่มเป้าหมายของบริษัทดังนี้
วิสัยทัศน์
เป็นผู้นำทางด้านเครือข่ายการขายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และการให้บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
พันธกิจ
การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างอาชีพของคนไทยด้วยระบบเครือข่ายเทคโนโลยี และการให้บริการที่หลากหลายทางการเงิน
เป้าหมาย
มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำทางด้านเครือข่ายการขายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และการให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย และเกิดการขยายเครือข่ายทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ครอบคุลมทั่วประเทศกว่า 10,000 รายในปี 2569 ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม
เดือนกันยายน 2567 บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากจำนวนเงิน 3,270 ล้านบาท เป็น 6,240 ล้านบาท (จำนวน 6,240,009,249 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นจำนวนเงิน 2,970 ล้านบาท (จำนวน 2,970,009,249 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.30 บาท บริษัทย่อยได้รับเงินจากบริษัทเป็นจำนวน 3,185 ล้านบาท (2,449,998,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.30 บาท) จากผู้ถือหุ้นเดิมรายอื่นเป็นจำนวน 676 ล้านบาท (520,011,249 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.30 บาท) ทำให้สัดส่วนความเป็นเจ้าของในบริษัทย่อยของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 74.92 เป็นร้อยละ78.53 และมีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมร้อยละ 21.47
ปี 2565
บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 811,054,379 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มกราคม 2565) จากการ Exercise Warrant Singer-W2
บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาอนุญาตให้ใช้ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้า กับ The Singer Company Limited S.a.r.l. ฉบับใหม่ ("สัญญาฯ") โดยภายใต้สัญญาฯ ดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อและเครื่องหมาย "SINGER®" สำหรับสินค้าต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นระยะเวลา 10 ปี ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขตามที่กำหนดสัญญาฯ
บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก ในวันที่ 13 ธันวาคม 2565
ปี 2564
บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 455,164,940 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 6 มกราคม 2564) จากการ Exercise Warrant ที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการเพิ่มทุน
  • เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) จากเดิมถือหุ้นอยู่ที่ 29.45% เป็น 32.625%
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โดยมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564
  • อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 168,990,263.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 702,000,000.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 533,009,737.00 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จําหน่ายและไม่ได้มีไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 2 (SINGER-W2) จำนวน 168,990,263 หุ้น
  • อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 305,007,841.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 533,009,737.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 838,017,578.00 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 305,007,841 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท
  • อนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 3 (SINGER-W3) จำนวน 11,557,681 หน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
  • อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท
    • อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 96,341,464 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในราคาเสนอขายหุ้นละ 36.3005 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3,497,243,313.93 บาท
    • อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 197,108,696 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement) โดยกำหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน ในราคาเสนอขายหุ้นละ 36.3005 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 7,155,144,219.15 บาท ให้แก่ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน)
    • อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 11,557,681 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 3 (SINGER-W3) ซึ่งออกและจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) โดยกำหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน จำนวน 11,557,681 หน่วย ให้แก่ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน)
  • อนุมัติการเพิ่มจำนวนกรรมการบริษัทจากเดิม 8 ท่าน เป็น 9 ท่าน
  • อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท (เมื่อรวมวงเงินที่มีอยู่เดิม บริษัทจะมีวงเงินสำหรับการออกและเสนอขายหุ้นกู้รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000 ล้านบาท)
18 ตุลาคม 2564 บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด ได้แปรสภาพบริษัทจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) รวมทั้งได้จดทะเบียนเพิ่มทุนอีก 820,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนใหม่คือ 3,270,000,000 บาท
17 ธันวาคม 2564 บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 800,094,788 บาท จากการเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) และจากบุคคลในวงจํากัด (Private Placement) โดยบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน)
  • เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใหม่เป็น
    • บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 26.46%
    • บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 24.9%
    • ถือหุ้นรายย่อย 48.64%
17 ธันวาคม 2564 บริษัท เอสจี โบรคเกอร์ จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 10,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนใหม่คือ 14,000,000 บาท
ปี 2563
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 412,525,208 จากการ Exercise Warrant ที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการเพิ่มทุน *ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564
  • เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) จากเดิมถือหุ้นอยู่ที่ 30.26% เป็น 29.45%
บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในงาน Set Awards 2020 (Outstanding Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 7
ปี 2562
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โดยมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562
  • อนุมัติให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนในจำนวนไม่เกิน 432 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 432,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยเสนอจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมโดยการให้สิทธิซื้อหุ้นในอัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเดิมต่อ 4 หุ้นใหม่ในราคาเสนอขายหุ้นละ 4.89 บาท ทั้งนี้ให้จัดสรรเป็นการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 216,000,000 หุ้นในมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และจัดสรรหุ้นสามัญ 108,000,000 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 (“SINGER-W1”) และจัดสรรหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 108,000,000 หุ้น จัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 2 (“SINGER-W2”) บริษัทได้จัดสรรสิทธิที่จะซื้อหุ้นโดยไม่คิดมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิจองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญหุ้นที่ออกใหม่ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญที่ได้รับจัดสรรต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
  • วันที่ 22 เมษายน 2562 บริษัทได้รับชำระเงินจำนวน 643 ล้านบาท จากการออกหุ้นสามัญและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 131,505,235 หุ้น ในมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
  • เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 270,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 702,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเป็นเงิน 401,505,235 บาท
  • เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) จากเดิมถือหุ้นอยู่ที่ 24.99% เป็น 30.26% เนื่องจากการเพิ่มทุนตามอัตราส่วนที่จัดสรรครบตามจำนวน
บริษัท ได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในงาน Set Awards 2019 (Out standing Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 5
ปี 2560
บริษัท เอสจี แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการ สินเชื่อจำนำรถทุกประเภท ในไตรมาสแรก ปี 2560 ภายใต้สโลแกน “รถทำเงิน” เป็นการให้บริการสินเชื่อแก่ ลูกค้าทั้งนิติบุคคลและรายย่อยทั่วไปที่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ โดยประเภทของรถยนต์ที่สามารถนำมาขอใช้บริการได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รถบรรทุก 6 ล้อและรถบรรทุก 10 ล้อ
ปี 2559
เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2559 บริษัทในเครือ ของบมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ทั้ง 3 บริษัท ได้ดำเนินการ จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นดังนี้
  • บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยน ชื่อเป็น บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด
  • บริษัท ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี เซอร์วิสพลัส จำกัด
  • บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี โบรคเกอร์ จำกัด
บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ในงาน Set Awards 2016 (Outstanding Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 5
ปี 2558
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในระหว่างปีได้แก่ Singer (Thailand) B.V. (ถือหุ้นร้อยละ 40.0) เป็น นิติบุคคลจัดตั้งขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ จนถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2558 และ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 Singer (Thailand) B.V. ได้ขายหุ้นทั้งหมด และบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ได้ซื้อหุ้นบริษัท ร้อยละ 24.99 จึงเป็นผลให้บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด ได้ดำเนินการเพิ่ม ทุนจดทะเบียน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558 ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งสิ้น 4 ล้านบาท (จำนวน หุ้นสามัญ 40,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) โดยมี บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.99
ปี 2556
บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ในงาน Set Awards 2013 (Outstanding Investor Relation Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ดำเนินการ จดทะเบียนเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2556 ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งสิ้น 1,450 ล้านบาท โดยมี บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.99
ปี 2555
บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายลูกค้ากลุ่ม ครัวเรือนที่ 60% และกลุ่มผู้ประกอบเชิงพาณิชย์ที่ 40% โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มตู้แช่เครื่องดื่มและตู้แช่แข็งมี สัดส่วนการขายมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยเครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ และในปีต่อๆ ไป บริษัทก็ยังคง มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดนี้ให้เพิ่มมากขึ้น
บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 มีทุนจดทะเบียนที่ชำระ แล้วทั้งสิ้น 850 ล้านบาท เพื่อรับโอนธุรกิจและทรัพย์สินที่ เกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้เช่าซื้อสินค้าทั้งหมด และดำเนินธุรกิจ เช่าซื้อสินค้าต่อจาก บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย
บริษัท ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท จาก บริษัท อุตสาหกรรมซิงเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มาเป็น บริษัท ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2555 มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจการให้ บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และพร้อมที่ให้บริการด้วยใจ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่างๆ ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ถึงบ้าน
บริษัทได้รับรางวัล Set Awards 2012 “บริษัท จดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย เป็นปีที่ 2
ปี 2554
เป็นปีที่บริษัทได้ขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กในต่างจังหวัดอย่าง มีนัยสำคัญ สัดส่วนการขายสินค้าเข้าสู่ตลาดนี้เพิ่มสูงขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เช่น กลุ่มตู้แช่ ทั้งตู้แช่เครื่องดื่ม ตู้แช่แข็ง ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ เป็นต้น
บริษัทได้รับรางวัล Set Awards 2011 “บริษัท จดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ปี 2552
บริษัทได้มีการมุ่งเน้น นำระบบขออนุมัติเครดิต ก่อนขาย (Pre-approval Credit) โดยผ่านศูนย์อนุมัติ เครดิต (Center Credit Officers) จนทำให้ยอดขายสินค้า ของบริษัทลดลงไปประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ ปีก่อน แต่บริษัทก็ยังคงมุ่งเน้นที่จะทำต่อไปเพื่อให้ได้บัญชี เช่าซื้อที่มีคุณภาพ