13 พฤศจิกายน 2550
ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2550
ที่ ห.ท. SET.039/2550
วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2550
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในไตรมาสที่สามของปี 2550 บริ ษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ใคร่ขอเรียนชี้แจงผลการ
ดำเนินการ ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัทฯ ตามรายละเอียดดังนี้ :-
- บริษัทฯ ได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นเงิน 217.5 ล้านบาท สำหรับไตรมาสที่ 3 /2550
หากคิดรวมทั้ง 3 ไตรมาสของปี 2550 แล้ว บริษัทฯ ได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น
773.1 ล้านบาท
- ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2550 บริษัทฯ มีการขายร้าน/สาขาบางแห่งที่ไม่ได้ประกอบ
กิจการได้รับเงินสดมาจำนวน 23.1 ล้านบาท คิดรวมทั้ง 3 ไตรมาสของปี 2550 บริษัทฯ มีการขายร้าน/
สาขาที่ไม่ได้ประกอบกิจการและได้รับเงินสดมารวมทั้งสิ้น 38.8 ล้านบาท
- ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ได้รับดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการชำระคืนเงินกู้ระหว่างเดือน
กรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2550 เป็นจำนวนเงิน 208.1 ล้านบาท หากคิดรวมทั้ง 3 ไตรมาสของปี 2550
บริษัทฯได้มีการชำระคืนเงินกู้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นรวม 772.5 ล้านบาท
การดำเนินกิจกรรมการตลาดในไตรมาสที่ 3ที่ผ่านมามีปัจจัยสำคัญดังนี้ :-
- ยกเลิกการขายระบบเช่าซื้อสำหรับสาขาที่อยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อป้องกันและขจัดความ
เสี่ยงอันอาจเกิดขึ้นจากการขายแบบเช่าซื้อในเขต 3 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย แต่ยังคงมุ่งเน้นการดูแลบัญชีเช่า
ซื้ออย่างใกล้ชิด
- ดำเนินการตามแผนการลดจำนวนรถจักรยานยนต์มือสองในสต๊อกจากจำนวนสูงสุด 37,000 คัน เมื่อ
สิ้นเดือนสิงหาคม 2549 มาอยู่ที่ประมาณ 5,712 คัน ณ สิ้นเ ดือน กันยายน 2550 จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว
จำนวนรถจักรยานยนต์มือสองในสต๊อกจะคงอยู่ในระดับปกติภายในปี 2550
- สร้างพันธมิตรทางธุรกิจด้วยการร่วมมือกับบริษัทสหวิริยาโอเอ (SVOA) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์
พีซี (Personal Computer) เพื่อจำหน่ายในระบบขายตรงเครื่องคอมพิวเตอร์ภายใต้ยี่ห้อ SVOA แบบ
Back to Back Order ในรูปแบบเช่าซื้อโดยมีการเรียกเก็บเงินดาวน์ที่สูงพร้อมให้มีการอนุมัติเครดิตก่อนขาย
จากศูนย์อนุมัติเครดิต โดยบริษัทฯ ได้เริ่มทดลองขายในพื้นที่และร้านที่กำหนดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา
ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจตรงตามเจตนารมณ์ ของบริษัทฯในการที่จะพัฒนาธุรกิจดังกล่าวให้สอดคล้องไป
แผนพัฒนาการศึกษาของรัฐบาลเรื่องการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็คโทรนิกส์ ( E-Learning) สำหรับประชาชนที่
อาศัยอยู่ในชนบทที่ห่างไกล
- ตอกย้ำกลยุทธ์ "แลกเปลี่ยนสินค้า" (Replacement Market) กับการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ด้วย
วิธีตีราคาแลกเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทุกประเภททุกยี่ห้อในการขายรูปแบบของเทรดอิน (Trade-In)
การดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นการสร้างตลาดอันยิ่งใหญ่สำหรับธุรกิจสินค้าทดแทนที่ (Replacement Business)
เพื่อรองรับสินค้ารับคืนมาจากการแลกเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นบริษัทฯจึงมีแผนที่จะสร้างเครือข่ายสำหรับสินค้ามือสองขึ้น
โดยเฉพาะภายใต้แนวความคิดของการชำระเงินแล้วสามารถนำสินค้ากลับไป ทันที (Cash and Carry Concept)
- พัฒนากระบวนการอนุมัติและควบคุมเครดิตให้เข้มแข็งขึ้นโดยการรับสมัครพนักงานพิจารณาอนุมัติ
เครดิตและจัดให้มีการฝึกอบรมขึ้น เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นเข้ามาดำเนินการกลั่นกรองเครดิตจากการขายแบบเช่าซื้อ
ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธการขายแบบเช่าซื้อหลังจากผ่านการอนุมัติเครดิตแล้วสูงถึง 22% ซึ่งส่งผลกระทบต่อ
ผลการขายที่ลดลงในไตรมาสที่ผ่านมา แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่ดี เพราะบัญชีเช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติเครดิต
จะเป็นบัญชีที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อสังเกตสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของไตรมาสที่ 3 ของปี 2550
งบกำไรขาดทุน
แม้ว่าผลการดำเนินงานของไตรมาสที่ 3 ของปี 2550 จะมีการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับ
สองไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2550 และไตรมาสที่ 3 ของปี 2549 ซึ่งบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิถึง 713.1 ล้านบาท
ก็ตามแต่ผลประกอบการของบริษัทฯ ยังคงขาดทุนคิดเป็นเงิน 105.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่
ลดลง และผลกระทบจากการยึดคืนรถจักรยานยนต์ของบัญชีเช่าซื้อที่มีปัญหา ซึ่งบัญชีเช่าซื้อ ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี
2547 ถึง ปี 2548 นอกเหนือจากการขาดทุนจากการยึดสินค้าคืนแล้ว ยังมีการปรับลดมูลค่าของรถจักรยานยนต์
ดังกล่าวในคลังสินค้าด้วย
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2550 การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือของบริษัทฯ ลดลงเหลือเท่ากับ 151.4 ล้านบาท จาก
235.0 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2550 ทั้งนี้เนื่องมาจากการลดจำนวนลงของรถจักรยานยนต์ใช้แล้วในสต๊อก
สินค้าคงเหลือรวมกับแผนการลดสต๊อกที่มีการหมุนเวียนช้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ในไตรมาสที่ 3 รายได้ของบริษัท ฯ ลดลงเหลือเท่ากับ 397.1 ล้านบาท หรือลดลงเท่ากับ 32.1%
เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2549 ซึ่งเท่ากับ 585.1 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการขายที่ลดลงของ
รถจักรยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเท่ากับ 78.4 ล้านบาท และ 109.6 ล้านบาทตามลำดับ
การขายที่ลดลงของรถจักรยานยนต์เป็นผลมาจากแผนกลยุทธ์ที่บริษัทฯวางไว้คือการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแทน
แต่ผลการขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับลดลงนั้น ส่ว นหนึ่งมาจากผลกระทบจากการเพิ่มเงินดาวน์และการนำระบบ
การพิจารณาสินเชื่อก่อนขายมาใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยในปัจจุบัน ประกอบกับนโยบาย
ของบริษัทฯ ที่ไม่อนุญาตให้ร้านสาขาในเขต 3 จังหวัดภาคใต้มีการขายใหม่แบบเช่าซื้อ
รายได้ดอกเบี้ยจากการขายผ่อนชำระลดลง 117 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปี 2549 ทั้งนี้
เนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อที่ลดลงจาก 322,883 บัญชี มาเหลือเท่ากับ 247,725 บัญชี โดยมีสาเหตุจากจำนวน
บัญชีที่ปิดและยึดคืนที่เพิ่มขึ้น
เพื่อให้เป็นไปตามกฏระเบียบของมาตราฐานการบัญชีฉบับที่ 44 เรื่อง "งบการเงินรวมและการบัญชีสำหรับ
เงินลงทุนในบริษัทย่อย " ซึ่งมีการปรับปรุงเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2549 บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนวิธีการทำ
งบการเงินรวมจากวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) มาเป็นตามวิธีราคาทุน (Cost Method) แทน
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมิได้มีผลกระทบอันเป็นสาระสำคัญกับงบกำไรขาดทุนใน ไตรมาส 3/2550 แต่อย่างไร
เนื่องจากบริษัทในเครือมีผลกำไรน้อยมาก
ดังนั้น ภาพรวม ของไตรมาสที่ 3 ปี 2550 บริษัทฯ มียอดขาดทุนสุทธิ 105.0 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับ
ยอดขาดทุนสุทธิของไตรมาสเดียวกันของปี 2549 ซึ่งเท่ากับ 713.1 ล้านบาท ผลต่างที่ดีขึ้น 608.1 ล้านบาท
สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้
1. ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นประมาณ 6.5 % อันเนื่องมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการปริมาณการจำหน่าย
รถจักรยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่รับคืนมาจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
2. หลังจากที่ปัญหารถจักรยานยนต์รับคืนได้รับการแก้ไขแล้ว การตั้งสำรองพิเศษต่างๆ สำหรับการเสื่อมค่า
ของรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วจำนวน 377.2 ล้านบาท, หนี้สงสัยจะสูญของรถจักรยานยนต์จำนวน 113.3 ล้านบาท
และ การยึดคืนรถจักรยานยนต์จำนวน 173.7 ล้านบาท ที่ได้มีการบันทึกในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จึงไม่มีความ
จำเป็นต้องบันทึกอีกในไตรมาสนี้
3. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเท่ากับ 101.8 ล้านบาท เป็นผลมาจากการปรับสำรองของกองทุน
เกษียณอายุตามรายงานการคำนวณการสำรองเกษียณอายุ เพื่อให้ถูกต้องตามจำนวนพนักงานที่ลดลงในปี 2549
โดย บริษัท Watson Wyatt (Thailand) Limited เป็นจำนวนเงิน 38.6 ล้านบาท และ
การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลงจำนวน 73 ล้านบาทหลังจากที่ได้มีการจัดการกับปัญหารถจักรยานยนต์แล้ว
4. ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงประมาณ 15 ล้านบาท อันเนื่องมาจากจำนวนเงินกู้ที่ลดลงจาก
2,602.3 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2549 มาเหลือเท่ากับ 1,562.6 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน
กันยายน 2550 แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินกู้ในไตรมาสนี้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนก็ตาม
งบดุล
ลูก หนี้ผ่อนชำ ระและลูก หนี้อื่น -สุทธิ ลดลงจาก 2,770 ล้านบาท ณ สิ้น เดือ นธัน วาคม 2549
มาอยู่ที่ 1,866 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2550 สาเหตุเนื่องมาจากการลดลงของบัญชีลูกหนี้ผ่อนชำระของ
รถจักรยานยนต์ยึดคืน และบัญชีเช่าซื้อของรถจักรยานยนต์ใหม่ที่ลดลง 39.4% เมื่อเทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกัน
ของปีก่อน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2550 จำนวนบัญชีลูกหนี้ผ่อนชำระคงเหลืออยู่ 247,725 บัญชี เทียบกับสิ้น
เดือนธันวาคม 2549 ซึ่งเท่ากับ 296,063 บัญชี
สินค้าคงเหลือ - สุทธิลดลงจาก 547 ล้านบาท เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2549 มาอยู่ที่ 259 ล้านบาท
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2550 สาเหตุหลักมาจากการล้างสต๊อกของรถจักรยานยนต์ทั้งใหม่และยึดคืนลดลงทั้งสิ้น
22,404 คัน และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ยึดคืนมาด้วยวิธีการขายแบบประมูล และเดินตลาด
จึงเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
( นายดาเนียล ไมเคิล ฟิลิโปเนท์ )
กรรมการผู้จัดการ