14 พฤษภาคม 2551
ชี้แจงผลการดำเนินงานของบมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย สำหรับไตรมาสแรก
ที่ ห.ท.SET.010/2551
วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
สำหรับไตรมาสแรกประจำปี พ.ศ. 2551
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในไตรมาสแรกปี 2551 บริษัทมีผลประกอบการกำไรเท่ากับ 10.4 ล้านบาทซึ่งเมื่อเทียบกับ
ไตรมาสแรกของปี 2550 ที่มีผลขาดทุนถึง 196.5 ล้านบาท อันถือเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จนทำให้กำไรต่อหุ้นของบริษัทในไตรมาสนี้เท่ากับ 0.04 บาทเทียบกับผลขาดทุนต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกัน
ของปีก่อนเท่ากับ 0.73 บาท สิ่งนี้ถือเป็นผลที่น่าพอใจของฝ่ายจัดการที่สามารถพลิกฟื้นบริษัทที่ประสบกับ
ผลขาดทุนอย่างหนักในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาพร้อมทั้งถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่
บริษัทดำเนินมานั้นถูกต้องจนมีผลทำให้ผลประกอบการของบริษัทเริ่มดีขึ้นตามลำดับ
บริษัทขอชี้แจงประเด็นสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างไตรมาสแรกของปี 2551 ดังนี้
- บริษัทได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2551 เป็นเงิน 147.8 ล้านบาท
- ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ได้รับดังกล่าว บริษัทได้มีการชำระคืนเงินกู้เป็นจำนวนเงิน
ทั้งสิ้นเท่ากับ 128.6 ล้านบาท
- เงินกู้ทั้งระยะยาวและระยะสั้นของบริษัท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2551 ลดลงเหลือเท่ากับ
599.9 ล้านบาท และ 607.9 ล้านบาทจาก 683.3 ล้านบาท และ 653.2 ล้านบาทณสิ้นธันวาคม
2550ตามลำดับ
- ยอดคงเหลือของจำนวนบัญชีเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 47,283 บัญชีณ สิ้นปี 2550 คงเหลือ
เท่ากับ 40,388 บัญชี ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2551
- จำนวนรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2551 ลดลงเหลือเท่ากับ 3,503 คัน
- เปอร์เซ็นต์การเก็บเงินซึ่งคำนวณมาจากจำนวนบัญชีที่รับชำระต่อจำนวนบัญชีเช่าซื้อทั้งหมด
ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2551 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 2.7% เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์การเก็บเงิน
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550
กลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทยังคงเน้นในธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกับลูกค้า
ภายในประเทศที่อาศัยอยู่ตามชนบท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดนี้มามากกว่า 100 ปีแล้ว
กลยุทธ์ในการตีแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-in) ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ และการให้บริการรับประกันตู้เย็น
ตลอดชีพ (LIFE TIME WARRANTY) ที่บริษัทได้ทำการประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ได้รับการตอบรับจาก
ลูกค้าอย่างท่วมท้น จนทำให้บริษัทมุ่งมั่นที่จะทำธุรกิจนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยการสร้างความ
แข็งแกร่งของโอกาสทางธุรกิจสำหรับตลาดสินค้าทดแทนได้อย่างมหาศาล
บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากรถจักรยานยนต์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
ได้สำเร็จดังจะเห็นได้จากสัดส่วนของยอดขายไตรมาสแรกในปี 2551 อันประกอบด้วยยอดขาย
รถจักรยานยนต์ที่ลดลงเหลือเพียง 8.7%ของยอดขายทั้งหมด
เพื่อเป็นการตอบสนองกับโครงการส่งเสริมการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เรียกว่า
E-Learning ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนไปสู่ประชาชนในชนบท บริษัทจึงยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจ
จำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) ในลักษณะของการขายตรง
แบบเช่าซื้อไปยังลูกค้าดังกล่าวร่วมกับบริษัท เอส วีโอ เอจำกัด (มหาชน) ภายใต้สินค้ายี่ห้อของ
เอส วี โอ เอ โดยบริษัทจะทำการสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จากบริษัท เอส วี โอ เอ ก็ต่อเมื่อบริษัท
ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว และในการจำหน่ายบริษัทได้กำหนดให้มีการเก็บเงินล่วงหน้าสูงพร้อมกับ
ให้มีการอนุมัติเครดิตจากศูนย์อนุมัติเครดิตจากส่วนกลางเนื่องจากสินค้าดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง
ข้อสังเกตสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของไตรมาสแรกสำหรับปี 2551
งบกำไรขาดทุน
ผลประกอบการของไตรมาสแรกสำหรับปี 2551 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรเท่ากับ
10.4 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2550 ที่บริษัทมีผลขาดทุนเท่ากับ
196.5 ล้านบาท
รายได้ของบริษัทลดลงจาก 755.3 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2550 เหลือ 599.4 ล้านบาท
หรือลดลงเท่ากับ 20.6% ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากยอดขายของรถจักรยานยนต์ที่ลดลงถึง 76.3% หรือลดลง
เท่ากับ 130.9 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะเพิ่มขึ้นเท่ากับ 9.1%
หรือเพิ่มขึ้นเท่ากับ 35.7 ล้านบาทก็ตาม และการลดลงของดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระเท่ากับ 32.8%
หรือลดลงเท่ากับ 61.4 ล้านบาท อันเนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อที่ลดลงจาก 230,957 บัญชี ณ สิ้น
เดือนธันวาคม 2550 ลดลงเหลือเท่ากับ 220,904 บัญชี ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2551 ทั้งนี้เนื่องมาจาก
การเพิ่มขึ้นของจำนวนบัญชีที่ปิดและยึดคืน การลดลงของยอดขายรถจักรยานยนต์นั้น สืบเนื่องมาจาก
แผนกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นมาขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแทน แม้ว่าจำนวนบัญชีเช่าซื้อใหม่ของ
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะเพิ่มขึ้นทุกๆเดือนแต่ก็ไม่สามารถที่ชดเชยกับจำนวนบัญชีเช่าซื้อเดิมที่ปิดไป
โดยการให้ส่วนลดและยึดสินค้าคืนตามนโยบายของบริษัทเพื่อที่จะลดจำนวนบัญชีที่ค้างชำระลง
ณ สิ้นเดือนมีนาคม ปี 2551 การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือของบริษัทได้ลดลงเหลือเท่ากับ
124.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม ปี 2550 ซึ่งเท่ากับ 162.0 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่อง
มาจากการลดลงของจำนวนรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว และผลจากการวางแผนจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
ภายในบ้านที่มีการเคลื่อนไหวช้า
โดยภาพรวมของไตรมาสแรกสำหรับปี 2551 บริษัทมียอดกำไรสุทธิทั้งสิ้น 10.4 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับยอดขาดทุนสุทธิ 196.5 ล้านบาท ของไตรมาสแรกสำหรับปี 2550 ผลต่างที่ดีขึ้น
206.9 ล้านบาท สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:-
ล้านบาท
1.) ยอดขายของผลิตภัณฑ์ลดลง (95)
2.) รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง (61)
3.) ต้นทุนขายลดลง 159
4.) ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง 17
5.) ค่าใช้จ่ายกึ่งผันแปรลดลง 122
6.) ค่าใช้จ่ายประจำลดลง 50
7.) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 15
รวมผลต่าง 207
งบดุล
ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น-สุทธิ ลดลงจาก 1,675 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550
มาอยู่ที่ 1,608 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2551 หรือลดลงเท่ากับ 4% ทั้งนี้เนื่องมาจากบัญชี
เช่าซื้อที่ปิดเพิ่มขึ้นจากการยึดคืนสินค้าและการให้ส่วนลด จำนวนบัญชีเช่าซื้อ ณ สิ้นเดือนมีนาคม
2551 ลดลงเหลือเท่ากับ 220,904 บัญชีเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2550 ที่มีจำนวนเท่ากับ
230,957 บัญชี หรือลดลงเท่ากับ 10,053 บัญชี
สินค้าคงเหลือ - สุทธิเพิ่มขึ้นจาก 231 ล้านบาท เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2550 มาอยู่ที่
250 ล้านบาทณ สิ้นเดือนมีนาคม 2551 สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากปริมาณสั่งซื้อใหม่
ของจักรเย็บผ้าและเครื่องซักผ้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขายในเดือน เมษายน และ พฤษภาคม 2551
เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2551 เท่ากับ 178 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2550
ซึ่งเท่ากับ72 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากมูลค่าของการสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขายที่เพิ่มขึ้น
รวมกับเครดิตเทอมที่ยาวนานขึ้นจากการสนับสนุนของผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่
เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเท่ากับ 128 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการชำระคืนเงินกู้จาก
กระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องประกอบกับการสั่งซื้อสินค้าใหม่ลดลง เพื่อให้
เหมาะสมกับยอดขายที่ลดลง
จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัท
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
( นายดาเนียล ไมเคิล ฟิลิโปเนท์ )
กรรมการผู้จัดการ