14 สิงหาคม 2552

ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่สอง ปี2552

ที่ ห.ท. SET.028/2552 วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับไตรมาสที่สอง ของปี พ.ศ. 2552 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาสที่สองของปี 2552 บริษัทมีผลประกอบการกำไรสุทธิเท่ากับ 12.6 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปี 2551 ที่มีผลกำไรสุทธิเท่ากับ 12.9 ล้านบาท อันมีผลทำให้กำไรต่อหุ้น ของบริษัทในไตรมาสนี้เท่ากับผลกำไรต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งเท่ากับ 0.05 บาทต่อหุ้น แม้ว่ายอดขายในไตรมาสที่สองของปี 2552 จะต่ำกว่ายอดขายในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 26% ก็ตาม สิ่งนี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายจัดการที่จะต้องทำให้บริษัทมีผลการประกอบการกำไรภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลง จากผลประกอบการที่ปรากฎนี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่บริษัทดำเนินอยู่นั้น เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง บริษัทขอชี้แจงประเด็นสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างไตรมาสที่สองของปี 2552 ดังนี้ - บริษัทได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของปี 2552 เป็นเงิน 80.6 ล้านบาท - อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อให้ได้ราคา สั่งซื้อที่ถูกลง คุณภาพที่ดีขึ้นพร้อมกับส่วนลดที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการสั่งซื้อกับมูลค่าของราคาตีแลก (Trade-in) ที่บริษัทถือเป็นส่วนลดที่ลดลงมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 - เพื่อที่จะรักษาสภาพคล่องของบริษัทภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน บริษัทจึงได้มีการเจรจากับสถาบันการเงิน ที่ได้ให้การสนับสนุนบริษัทอยู่ให้ช่วยขยายระยะเวลาการชำระเงินคืนกู้ที่ใช้อยู่ณวันที่ 30 มิถุนายน 2552 เพื่อใช้ ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อไปอย่างมั่นคง ดังนั้นในระหว่างการเจรจา บริษัทจึงไม่ได้มีการชำระคืนเงินกู้ จำนวนเงินทั้งสิ้นเท่ากับ 32 ล้านบาทที่ถึงกำหนด - เงินกู้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวของบริษัท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 1,026.8 ล้านบาท จาก 1,168.6 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 - ยอดคงเหลือของจำนวนบัญชีเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 20,093 บัญชี ณ สิ้นปี 2551 คงเหลือเท่ากับ 11,739 บัญชี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 - จำนวนรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 1,354 คัน - เปอร์เซ็นต์ การเก็บเงินซึ่งคำนวณมาจากจำนวนบัญชีที่รับชำระต่อจำนวนบัญชีเช่าซื้อทั้งหมด ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2552 เพิ่มขึ้นประมาณ 4.3% เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์การเก็บเงิน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 - บริษัทได้รับประโยชน์จากการใช้สิทธิซื้อและขายรถบรรทุกเดินตลาดที่บริษัทเช่าใช้จากผู้ให้เช่าที่ครบกำหนด สัญญาเช่าระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน 2552 เป็นจำนวนเงิน 0.9 ล้านบาท - ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ที่บริษัทได้รับการตอบรับจากสำนักงานประกันสังคมว่าบริษัทและพนักงานขาย ของบริษัทที่ได้รับรายได้จากค่านายหน้าจากบริษัทแต่ไม่ถือเป็นพนักงานของบริษัทมีสิทธิ์ที่จะสามารถขอรับ เงินประกันสังคมที่จ่ายไปให้กับสำนักงานประกันสังคมแล้วตั้งแต่ ปี 2535 คืนโดยที่ไม่มีสิทธิที่จะขอรับเช็คช่วย ชาติ 2,000 บาท ในขณะเดียวกันบริษัทก็ไม่จำต้องส่งเงินสมทบให้กับสำนักงานประกันสังคมสำหรับพนักงาน ขายที่ได้รับรายได้เป็นค่านายหน้านับแต่เดือนมีนาคม 2552 เป็นต้นไป พร้อมกันนั้น ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 บริษัทได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษากฏหมายเพื่อให้คำแนะนำในการขอรับเงินประกันสังคมที่บริษัทและ พนักงานขายดังกล่าวได้ชำระไปแล้วคืนตามกระบวนการขอรับเงินประกันสังคมที่ส่งเกินไปคืนอย่างถูกต้อง จน มาถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2552 บริษัทจึงได้มีการจัดส่งใบขอรับเงินประกันสังคมที่จ่ายเกินไปคืนตามรายละเอียด รายชื่อของพนักงานขายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของบริษัทตั้งแต่ปี 2535 ที่แนบอยู่ ในแผ่นซีดีที่จัดส่งไปด้วยการ กำหนดระยะเวลาขอคืนภายใน 2 เดือน กลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทยังคงเน้นในธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกับลูกค้าในประเทศไทยที่อาศัยอยู่ ตามชนบท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดนี้มามากกว่า 100 ปีแล้ว บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการตีแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-in) ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ต่อไปด้วยการกำหนดมูลค่าของ ราคาตีแลกสินค้าให้ลดลง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของโอกาสทางธุรกิจสำหรับตลาดสินค้าแทนที่มีอยู่ได้อย่างมหาศาลได้ต่อไป เพื่อให้มีการดำนินมาตราการป้องกัน การติดตาม และการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้มีการมุ่งมั่นในการดำเนินการดังต่อไปนี้:- - กำหนดให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาเครดิตโดยพิจารณาจากข้อมูลของบัญชีทุจริตที่เกิดขึ้น พร้อม กับให้มีการสร้างรูปแบบของการพิจารณาเครดิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น - ให้มีการจัดทำแผนที่แสดงที่อยู่ของลูกค้าแยกตามท้องที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ ส่วนกลาง อันจะถือเป็นเครื่องมืออีกอย่างในการพิจาณาเครดิต - จัดทำแนวทางปฏิบัติในด้านกฎหมายสำหรับกรณีทุจริตต่างๆ เพื่อประกาศให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและร้าน สาขาได้ยึดเป็นหลักในการปฏิบัติ - จัดให้มีการดำเนินการเรียกร้องจากผู้ค้ำประกันเพื่อชดเชยสำหรับความสูญเสียที่เกิดจากบัญชีที่ผิดนัด - จัดให้มีการเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับบัญชีที่ยึดคืนที่เกิดขึ้นในภาคสนาม - ประกาศนโยบายการชี้แหล่งข้อมูลทุจริต (Whistleblower Policy)ให้ภาคสนามได้รับทราบอย่างทั่วถึง - จัดให้มีรายงานที่จะแสดงอายุของกรณีทุจริตต่างๆที่เกิดขึ้นว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขนานเท่าไร เพื่อไว้ใช้ในการ ติดตามกับภาคสนาม - ประกาศและให้มีการดำเนินการตามนโยบายกำจัดการทุจริตอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว ( Zero Tolerance Policies) หลังจากที่ได้มีการระดมสมองเพื่อป้องกันและลดการทุจริตลง - จัดทำระเบียบปฏิบัติอย่างเป็นทางการสำหรับการจัดการกับการทุจริตที่เกิดขึ้นเพื่อใช้หลักปฏิบัติกับการ บริหารงานในภาคสนาม - กำหนดบทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญ ชี (Account Checkers) ในการรายงานกรณีทุจริตต่างๆ ระหว่างที่มีการตรวจบัญชีดังกล่าว บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากรถจักรยานยนต์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้สำเร็จดังจะเห็นได้จากสัดส่วน ของยอดขายไตรมาสที่สองในปี 2552 อันประกอบด้วยยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ลดลงเหลือเพียง 2.4% ของยอดขายทั้งหมด ข้อสังเกตุสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของไตรมาสที่สองสำหรับปี 2552 งบกำไรขาดทุน ผลประกอบการของไตรมาสที่สองของปี 2552 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรเท่ากับ 12.6 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบ กับไตรมาสที่สองของปี 2551 ที่มีกำไรเท่ากับ 12.9 ล้านบาท รายได้ของบริษัทลดลงจาก 615.3 ล้านบาทในไตรมาสที่สองของปี 2551 เหลือ 476.2 ล้านบาท หรือลดลง เท่ากับ 22.6% ทั้งนี้เนื่องมาจากยอดขายของสินค้าที่ลดลงประมาณ 26.0% อันมีผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยภายนอกและ ภายในที่สำคัญ 2 ปัจจัยที่มากระทบอันได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวอันสังเกตุได้จากรายได้ ของเกษตรกรและการท่องเที่ยวที่ลดลงประกอบกับจำนวนคนว่างงานที่เพิ่มขึ้นและการอนุมัติและควบคุมสินเชื่อของ บริษัทที่รัดกุม เพื่อให้ได้บัญชีเช่าซื้อที่มีคุณภาพ และการลดลงของดอกเบี้ย จากการผ่อนชำระเทากับ 10.8% หรือ ลดลงเท่ากับ 14.0 ล้านบาท อันเนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อที่ลดลงจาก 189,031 บัญชี ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 ลดลงเหลือเท่ากับ 176,287 บัญชี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนบัญชีที่ปิดและ ยึดคืนมากกว่าบัญชีที่เปิดใหม่ประกอบกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงวิธีการรับรู้ดอกเบี้ย ผ่อนชำระจากวิธีผลรวม ของจำนวนปี (Sum of the Digit) มาเป็นแบบการคิดดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) อีกทั้งรายได้อื่นก็ลดลง 2.7 ล้านบาทอันมีผลเนื่องมาจากการหยุดที่จะขายร้านสาขาหลังจากที่ได้มีการปรับจำนวนร้านสาขา ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลงให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทแล้ว ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2552 การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือของบริษัทได้ลดลงเหลือเท่ากับ 51.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ซึ่งเท่ากับ 103.0 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการวางแผนจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายในบ้านที่มีการเคลื่อนไหวช้าและรถจักรยานยนต์ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยภาพรวมของไตรมาสที่สองของปี 2552 บริษัทมียอดกำไรสุทธิทั้งสิ้น 12.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดกำไรสุทธิ 12.9 ล้านบาท ของไตรมาสที่สองของปี 2551 ผลแตกต่างเล็กน้อยที่เกิดขึ้น 0.3 ล้านบาท สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:- ล้านบาท 1.) ยอดขายของผลิตภัณฑ์ลดลง -122.5 2.) รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง -14.0 3.) รายได้อื่นๆเพิ่มขึ้น -2.7 4.) ต้นทุนขายลดลง 109.3 5.) ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง 34.9 6.) ค่าใช้จ่ายกึ่งผันแปรเพิ่มขึ้น -7.5 7.) ค่าใช้จ่ายประจำลดลง 1.7 8.) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 0.5 รวมผลต่าง 0.3 งบดุล ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น-สุทธิ ลดลงจาก 1,395 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ที่ 1,256 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 หรือลดลงเท่ากับ 10% ทั้งนี้เนื่องมาจากบัญชีเช่าซื้อที่ปิดเพิ่มขึ้นจากการ ปิดบัญชีปรกติ การยึดคืนและการให้ส่วนลด จำนวนบัญชีเช่าซื้อ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 176,287 บัญชี เทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ที่มีจำนวนเท่ากับ 189,031 บัญชี หรือลดลงเท่ากับ 12,744 บัญชี สินค้าคงเหลือ - สุทธิ ลดลงจาก 222 ล้านบาท เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ ที่ 198 ล้ นบาท ณ สิ้ นเดือนมิถุนายน 2552 สาเหตุหลักของการลดลงดังกล่าวมาจากแผนการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มี การเคลื่อนไหวช้าให้มาเป็นเงินสดประกอบการปรับจำนวนสั่งซื้อสินค้าให้ลดลงตามยอดประมาณการยอดขายที่ลดลง เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 เท่ากับ 115 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2551 ซึ่งเท่ากับ 179 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากมูลค่าของการสั่งซื้อสินค้าที่ลดลงตามยอดขายที่ลดลง เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเท่ากับ 142 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการคืนเงินกู้จากกระแสเงินสดที่ได้รับจากการ ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัท ขอแสดงความนับถือ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (นายบุญยง ตันสกุล) กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการ