13 พฤศจิกายน 2552

ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาศที่สามปี 2552

ที่ ห.ท. SET.030/2552 วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับไตรมาสที่สาม ของปี พ.ศ. 2552 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาสที่สามของปี 2552 บริษัทมีผลประกอบการกำไรสุทธิเท่ากับ 6.0 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สามของปี 2551 ที่มีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 38.5 ล้านบาท อันมีผลทำให้กำไร ต่อหุ้นของบริษัทในไตรมาสนี้เท่ากับ 0.02 บาทต่อหุ้นซึ่งถือว่าดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน สุทธิเท่ากับ 0.14 บาทต่อหุ้น แม้ว่ายอดขายในไตรมาสที่สามของปี 2552 จะต่ำกว่ายอดขายในไตรมาส เดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 22.5% ก็ตาม สิ่งนี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายจัดการที่จะต้องทำให้บริษัทมี ผลการประกอบการกำไรภายใต้ ภาวะเศรษฐกิจ ที่ ตกต่ำและการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลง จากผล ประกอบการที่ปรากฎนี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่บริษัทดำเนินอยู่นั้นเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง บริษัทขอชี้แจงประเด็นสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างไตรมาสที่สามของปี 2552 ดังนี้ - บริษัทได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สามของปี 2552 เป็นเงิน 81.9 ล้านบาท - อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อให้ได้ราคาสั่งซื้อ ที่ถูกลง และได้ปรับลดมูลค่าของราคาตีแลก (Trade-in) ที่ใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 - เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัทภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น บริษัทฯและเจ้าหนี้สถาบันการเงินได้ บรรลุข้อตกลงในสาระสำคัญของสัญญาปรับปรุงการชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วหลังจากที่ได้มีการเจรจาเพื่อขอขยาย ระยะเวลาการชำระหนี้ของเงินกู้ที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกไปอีกหกปีโดยจะให้มีการชำระเงินกู้งวดสุดท้ายคืนสิ้น เดือนมีนาคม 2558 ตามเวลาที่กำหนดในการทำสัญญาปรับปรุงการชำระหนี้ บริษัทคาดว่าเจ้าหนี้สถาบัน การเงินจะให้มีการลงนามร่วมกันในสัญญาเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2552 - เงินกู้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวของบริษัทณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 1,015.3 ล้านบาท จาก 1,168.6 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 - ยอดคงเหลือของจำนวนบัญชี เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 20,093 บัญชี ณ สิ้นปี 2551 คงเหลือ เท่ากับ 8,430บัญชี ณ สิ้นเดือนกันยายน2552 - จำนวนรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว ณ สิ้นเดือน กันยายน 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 1,178 คัน - เปอร์เซ็นต์การเก็บเงินซึ่งคำนวณมาจากจำนวนบัญชีที่รับชำระต่อจำนวนบัญชีเช่าซื้อทั้งหมดณสิ้นเดือนกันยายน 2552 เพิ่มขึ้นประมาณ 5.6% เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์การเก็บเงิน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 กลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทยังคงเน้นในธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกับลูกค้าในประเทศไทยที่อาศัยอยู่ ตามชนบท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดนี้มามากกว่า 100 ปีแล้ว บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการตีแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-in) ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ต่อไปด้วยการกำหนดมูลค่าของ ราคาตีแลกสินค้าให้ลดลง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของโอกาสทางธุรกิจสำหรับตลาดสินค้าแทนที่มีอยู่ได้อย่างมหาศาลได้ ต่อไป เพื่อที่จะให้มีการดำเนินมาตราการป้องกัน การติดตาม และการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง บริษัท ได้กำหนดให้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้:- - ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเครดิตพร้อมกับกำหนดให้มีการสร้างรูปแบบของการพิจารณาเครดิตที่มี ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น - ให้มีการจัดทำแผนที่แสดงที่อยู่ของลูกค้าแยกตามท้องที่ เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาเครดิต และ ติดตามหนี้ - จัดทำแนวทางปฏิบัติในด้านกฎหมายสำหรับกรณีทุจริตต่างๆ เพื่อให้มีการแจ้งความและดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว - กำหนดให้มีการดำเนินการเรียกร้องจากผู้ค้ำประกันเพื่อชดเชยสำหรับความสูญเสียที่เกิดจากบัญชีที่ผิดนัด - กำหนดและติดตามให้มีการเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับบัญชียึดคืนสินค้าที่เกิดขึ้น - ประกาศนโยบายการชี้แหล่งข้อมูลทุจริต (Whistleblower Policy) ให้ภาคสนามได้รับทราบอย่างทั่วถึง - จัดให้มีรายงานที่จะแสดงอายุของกรณีทุจริตต่างๆที่เกิดขึ้นว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขนานเท่าไร เพื่อไว้ใช้ในการ ติดตามกับภาคสนาม - ประกาศและให้มีการดำเนินการตามนโยบายกำจัดการทุจริตอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว ( Zero Tolerance Policies) - จัดทำระเบียบปฏิบัติอย่างเป็นทางการสำหรับการจัดการกับการทุจริตที่เกิดขึ้น - กำหนดบทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชี (Account Checkers) และติดตามผลการตรวจสอบที่ได้ รายงานในระหว่างที่มีการตรวจบัญชีดังกล่าว บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากรถจักรยานยนต์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้สำเร็จดังจะเห็นได้จากสัดส่วน ของยอดขายไตรมาสที่สามในปี 2552 อันประกอบด้วยยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ลดลงเหลือเพียง 1.1%ของยอดขายทั้งหมด ข้อสังเกตุสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของไตรมาสที่สามสำหรับปี 2552 งบกำไรขาดทุน ผลประกอบการของไตรมาสที่สามของปี 2552 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีผลกำไรเท่ากับ 6.0 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบ กับไตรมาสที่สามของปี 2551 ที่มีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 38.5 ล้านบาท รายได้ของบริษัทลดลงจาก 571.5 ล้านบาทในไตรมาสที่สามของปี 2551 เหลือ 451.9 ล้านบาท หรือลดลง เท่ากับ 20.9% ทั้งนี้ เนื่องมาจากยอดขายของสินค้าที่ลดลงประมาณ 22.5% อันมีผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยภายนอกและ ภายในที่สำคัญ 2 ปัจจัย ที่มากระทบอันได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทยที่ยังไม่แน่นอนอันส่งผล กระทบกับการฟื้นตัวของความต้องการบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับการอนุมัติและควบคุมสินเชื่อของบริษัทที่ รัดกุมเพื่อให้ได้บัญชีเช่าซื้อที่มีคุณภาพ และการลดลงของดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระเท่ากับ 6.6% หรือลดลงเท่ากับ 7.8 ล้านบาทอันเนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อที่ลดลงจาก 189,031บัญชี ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 ลดลงเหลือ เท่ากับ 169,503 บัญชี ณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนบัญชีที่ปิดและยึดคืน มากกว่าบัญชีที่เปิดใหม่ประกอบกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงวิธีการรับรู้ดอกเบี้ยผ่อนชำระจากวิธีผลรวมของ จำนวนปี (Sum of the Digit) มาเป็นแบบการคิดดอกเบี้ยที่ แท้จริง (Effective Interest Rate) อีกทั้งรายได้ อื่นก็ลดลง 13.4 ล้านบาทอันมีผลเนื่องมาจากการหยุดที่จะขายร้านสาขาหลังจากที่ได้มีการปรับจำนวนร้านสาขาที่ไม่ก่อให้ เกิดรายได้ลงให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทแล้ว ณ สิ้นเดือนกันยายน ปี 2552 การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือของบริษัทได้ลดลงเหลือเท่ากับ 42.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ซึ่งเท่ากับ 103.0 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการวางแผนจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายในบ้านที่มีการเคลื่อนไหวช้าและรถจักรยานยนต์ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยภาพรวมของไตรมาสที่สามของปี 2552 บริษัทมียอดกำไรสุทธิทั้งสิ้น 6.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดขาดทุนสุทธิ 38.5 ล้านบาท ของไตรมาสที่สามของปี 2551 ผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเท่ากับ 44.6 ล้านบาท สามารถวิเคราะห์ ได้ดังนี้:- ล้านบาท 1.) ยอดขายของผลิตภัณฑ์ลดลง -98.3 2.) รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง -7.8 3.) รายได้อื่นๆลดลง -13.4 4.) ต้นทุนขายลดลง 104.8 5.) ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง 28.9 6.) ค่าใช้จ่ายกึ่งผันแปรลดลง 3.4 7.) ค่าใช้จ่ายประจำลดลง 29.0 8.) ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น -2.0 รวมผลต่าง 44.6 งบดุล ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น-สุทธิ ลดลงจาก 1,395 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ที่ 1,191 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 หรือลดลงเท่ากับ 15% ทั้งนี้เนื่องมาจากบัญชีเช่าซื้อ ที่ปิดเพิ่มขึ้นจากการปิดบัญชีป กติ การยึดคืนและการให้ส่วนลด จำนวนบัญชีเช่าซื้อ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 169,503 บัญ ชีเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ที่มีจำนวนเท่ากับ 189,031 บัญชี หรือลดลงเท่ากับ 19,528 บัญชี สินค้าคงเหลือ - สุทธิ ลดลงจาก 222 ล้านบาท เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ ที่ 197 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 สาเหตุหลักของการลดลงดังกล่าวมาจากแผนการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีการ เคลื่อนไหวช้าให้มาเป็นเงินสดประกอบการปรับจำนวนสั่งซื้อสินค้าให้ลดลงตามยอดประมาณการยอดขายที่ลดลง เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2552 เท่ากับ 89 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2551 ซึ่งเท่ากับ 179 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากมูลค่าของการสั่งซื้อสินค้าที่ลดลงตามยอดขายที่ลดลง เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเท่ากับ 153 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการคืนเงินกู้จากกระแสเงินสดที่ได้รับ จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัท ขอแสดงความนับถือ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (นายบุญยง ตันสกุล) กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการ