2024
2022
2564
2563
2562
2560
2559
2558
2556
2555
2554
2552
ปี 2567
- ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 270 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ได้มีมติเปลี่ยนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของบริษัทใหม่ และเพิ่มเป้าหมายของบริษัทดังนี้
วิสัยทัศน์
- เป็นผู้นำทางด้านเครือข่ายการขายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และการให้บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
พันธกิจ
- การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างอาชีพของคนไทยด้วยระบบเครือข่ายเทคโนโลยี และการให้บริการที่หลากหลายทางการเงิน
เป้าหมาย
- มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำทางด้านเครือข่ายการขายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และการให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย และเกิดการขยายเครือข่ายทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ครอบคุลมทั่วประเทศกว่า 10,000 รายในปี 2569 ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม
- เดือนกันยายน 2567 บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากจำนวนเงิน 3,270 ล้านบาท เป็น 6,240 ล้านบาท (จำนวน 6,240,009,249 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเป็นจำนวนเงิน 2,970 ล้านบาท (จำนวน 2,970,009,249 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.30 บาท บริษัทย่อยได้รับเงินจากบริษัทเป็นจำนวน 3,185 ล้านบาท (2,449,998,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.30 บาท) จากผู้ถือหุ้นเดิมรายอื่นเป็นจำนวน 676 ล้านบาท (520,011,249 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.30 บาท) ทำให้สัดส่วนความเป็นเจ้าของในบริษัทย่อยของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 74.92 เป็นร้อยละ78.53 และมีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมร้อยละ 21.47
ปี 2565
- บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 811,054,379 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มกราคม 2565) จากการ Exercise Warrant Singer-W2
- บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาอนุญาตให้ใช้ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้า กับ The Singer Company Limited S.a.r.l. ฉบับใหม่ ("สัญญาฯ") โดยภายใต้สัญญาฯ ดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อและเครื่องหมาย "SINGER®" สำหรับสินค้าต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นระยะเวลา 10 ปี ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขตามที่กำหนดสัญญาฯ
- บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก ในวันที่ 13 ธันวาคม 2565
ปี 2564
- บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 455,164,940 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 6 มกราคม 2564) จากการ Exercise Warrant ที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการเพิ่มทุน
- เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) จากเดิมถือหุ้นอยู่ที่ 29.45% เป็น 32.625%
- บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โดยมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564
- อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 168,990,263.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 702,000,000.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 533,009,737.00 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จําหน่ายและไม่ได้มีไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 2 (SINGER-W2) จำนวน 168,990,263 หุ้น
- อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 305,007,841.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 533,009,737.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 838,017,578.00 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 305,007,841 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท
- อนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 3 (SINGER-W3) จำนวน 11,557,681 หน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
- อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท
- อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 96,341,464 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในราคาเสนอขายหุ้นละ 36.3005 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3,497,243,313.93 บาท
- อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 197,108,696 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement) โดยกำหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน ในราคาเสนอขายหุ้นละ 36.3005 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 7,155,144,219.15 บาท ให้แก่ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน)
- อนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 11,557,681 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 3 (SINGER-W3) ซึ่งออกและจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) โดยกำหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน จำนวน 11,557,681 หน่วย ให้แก่ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน)
- อนุมัติการเพิ่มจำนวนกรรมการบริษัทจากเดิม 8 ท่าน เป็น 9 ท่าน
- อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท (เมื่อรวมวงเงินที่มีอยู่เดิม บริษัทจะมีวงเงินสำหรับการออกและเสนอขายหุ้นกู้รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000 ล้านบาท)
- 17 ธันวาคม 2564 บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 800,094,788 บาท จากการเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) และจากบุคคลในวงจํากัด (Private Placement) โดยบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน)
- เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใหม่เป็น
- บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 26.46%
- บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 24.9%
- ถือหุ้นรายย่อย 48.64%
- เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใหม่เป็น
- 18 ตุลาคม 2564 บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด ได้แปรสภาพบริษัทจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) รวมทั้งได้จดทะเบียนเพิ่มทุนอีก 820,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนใหม่คือ 3,270,000,000 บาท
- 17 ธันวาคม 2564 บริษัท เอสจี โบรคเกอร์ จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 10,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนใหม่คือ 14,000,000 บาท
ปี 2563
- บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนชำระแล้วใหม่ เป็น 412,525,208 จากการ Exercise Warrant ที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากการเพิ่มทุน *ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564
- เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) จากเดิมถือหุ้นอยู่ที่ 30.26% เป็น 29.45%
- บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในงาน Set Awards 2020 (Outstanding Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 7
2562
- ปี 2562 บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) โดยมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 256
- อนุมัติให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนในจำนวนไม่เกิน 432 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 432,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยเสนอจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมโดยการให้สิทธิซื้อหุ้นในอัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเดิมต่อ 4 หุ้นใหม่ในราคาเสนอขายหุ้นละ 4.89 บาท ทั้งนี้ให้จัดสรรเป็นการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 216,000,000 หุ้นในมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และจัดสรรหุ้นสามัญ 108,000,000 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 (“SINGER-W1”) และจัดสรรหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 108,000,000 หุ้น จัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 2 (“SINGER-W2”) บริษัทได้จัดสรรสิทธิที่จะซื้อหุ้นโดยไม่คิดมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิจองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญหุ้นที่ออกใหม่ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญที่ได้รับจัดสรรต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ
- วันที่ 22 เมษายน 2562 บริษัทได้รับชำระเงินจำนวน 643 ล้านบาท จากการออกหุ้นสามัญและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 131,505,235 หุ้น ในมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท
- เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 270,000,000 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 702,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเป็นเงิน 401,505,235 บาท
- เปลี่ยนแปลงสัดส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ของบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) จากเดิมถือหุ้นอยู่ที่ 24.99% เป็น 30.26% เนื่องจากการเพิ่มทุนตามอัตราส่วนที่จัดสรรครบตามจำนวน
- ปี 2562 บริษัท ได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในงาน Set Awards 2019 (Out standing Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 5


2560
ปี 2560 บริษัท เอสจี แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการ สินเชื่อจำนำรถทุกประเภท ในไตรมาสแรก ปี 2560 ภายใต้สโลแกน “รถทำเงิน” เป็นการให้บริการสินเชื่อแก่ ลูกค้าทั้งนิติบุคคลและรายย่อยทั่วไปที่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ โดยประเภทของรถยนต์ที่สามารถนำมาขอใช้บริการได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รถบรรทุก 6 ล้อและรถบรรทุก 10 ล้อ


2559
- ปี 2559 เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2559 บริษัทในเครือ ของบมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ทั้ง 3 บริษัท ได้ดำเนินการ จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นดังนี้
- บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยน ชื่อเป็น บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด
- บริษัท ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี เซอร์วิสพลัส จำกัด
- บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี โบรคเกอร์ จำกัด
- ปี 2559 บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ในงาน Set Awards 2016 (Outstanding Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 5


2558
- ปี 2558 ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในระหว่างปีได้แก่ Singer (Thailand) B.V. (ถือหุ้นร้อยละ 40.0) เป็น นิติบุคคลจัดตั้งขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ จนถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2558 และ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 Singer (Thailand) B.V. ได้ขายหุ้นทั้งหมด และบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ได้ซื้อหุ้นบริษัท ร้อยละ 24.99 จึงเป็นผลให้บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
- บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด ได้ดำเนินการเพิ่ม ทุนจดทะเบียน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558 ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งสิ้น 4 ล้านบาท (จำนวน หุ้นสามัญ 40,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) โดยมี บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.99


2556
- ปี 2556 บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ในงาน Set Awards 2013 (Outstanding Investor Relation Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
- บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ดำเนินการ จดทะเบียนเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2556 ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งสิ้น 1,450 ล้านบาท โดยมี บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.99


2555
- ปี 2555 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายลูกค้ากลุ่ม ครัวเรือนที่ 60% และกลุ่มผู้ประกอบเชิงพาณิชย์ที่ 40% โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มตู้แช่เครื่องดื่มและตู้แช่แข็งมี สัดส่วนการขายมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยเครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ และในปีต่อๆ ไป บริษัทก็ยังคง มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดนี้ให้เพิ่มมากขึ้น
- ปี 2555 บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 มีทุนจดทะเบียนที่ชำระ แล้วทั้งสิ้น 850 ล้านบาท เพื่อรับโอนธุรกิจและทรัพย์สินที่ เกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้เช่าซื้อสินค้าทั้งหมด และดำเนินธุรกิจ เช่าซื้อสินค้าต่อจาก บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย
- ปี 2555 บริษัท ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท จาก บริษัท อุตสาหกรรมซิงเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มาเป็น บริษัท ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2555 มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจการให้ บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และพร้อมที่ให้บริการด้วยใจ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่างๆ ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ถึงบ้าน
- ปี 2555 บริษัทได้รับรางวัล Set Awards 2012 “บริษัท จดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย เป็นปีที่ 2


2554
- ปี 2554 เป็นปีที่บริษัทได้ขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กในต่างจังหวัดอย่าง มีนัยสำคัญ สัดส่วนการขายสินค้าเข้าสู่ตลาดนี้เพิ่มสูงขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เช่น กลุ่มตู้แช่ ทั้งตู้แช่เครื่องดื่ม ตู้แช่แข็ง ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ เป็นต้น
- ปี 2554 บริษัทได้รับรางวัล Set Awards 2011 “บริษัท จดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


2552
ในปี 2552 บริษัทได้มีการมุ่งเน้น นำระบบขออนุมัติเครดิต ก่อนขาย (Pre-approval Credit) โดยผ่านศูนย์อนุมัติ เครดิต (Center Credit Officers) จนทำให้ยอดขายสินค้า ของบริษัทลดลงไปประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ ปีก่อน แต่บริษัทก็ยังคงมุ่งเน้นที่จะทำต่อไปเพื่อให้ได้บัญชี เช่าซื้อที่มีคุณภาพ

