16 August 2006
ชี้แจงผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินร้อยละ20
ที่ ห.ท.051/2549
วันที่ 15 สิงหาคม 2549
เรื่อง ชี้แจงสาเหตุที่ผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ 20 สำหรับงบไตรมาสที่สอง
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทฯ ใคร่ขอชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่สองสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2549
โดยมีขาดทุนสุทธิ คิดเป็นเงิน 134.3 ล้านบาท เมื่อเทียบ กับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมี
กำไรสุทธิ 43.6 ล้านบาท และไตรมาสแรกของปีนี้มีขาดทุนสุทธิ 162.3 ล้านบาท บริษัทฯ
มีขาดทุนสิทธิ ในไตรมาสสองลดลงจากไตรมาสแรกอยู่ 28 ล้านบาท
ช่วงระหว่างเวลา 12 เดือนสิ้นสุดเดือน กันยายน 2548 มีความต้องการในรถจักรยานยนต์
สูงมาก และบริษัทฯได้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ไปเกินกว่าระดับที่บริษัทฯคาดการณ์ไว้ประมาณ
50,000 คันในขณะนั้น ลูกค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ประสบปัญหาในการชำระค่างวดตามกำหนด
บริษัทฯจึงได้จัดการกับบัญชีที่มีปัญหเหล่านั้นโดยเร็วด้วยการยึดคืนสินค้า การดำเนินการดังกล่าว
ส่งผลให้ยอดขายตกลงและขาดทุนจากการยึดสินค้าคืนสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
ธุรกิจของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทฯได้ขยายขอบเขตการจัดการเกี่ยวกับความเสี่ยง และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้
เกิดขึ้นซ้ำอีก นอกจากนั้นได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงใหม่ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านสินเชื่อ
อย่างมาก เข้ามาเป็นผู้นำพาบริษัทฯช่วงรอยต่อนี้ โดยวางแผนลยุทธ์มาใช้เพื่อความเจริญ
เติบโตของบริษัทฯในอนาคต
บริษัทได้คาดการณ์แล้วว่ายอดขายของบริษัทฯจะลดลง อันเนื่องมาจากมาตรการปรับปรุง
คุณภาพลูกหนี้ผ่อนชำระซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ในใตรมาสสุดท้ายของปี 2548 โครงการปรับปรุง
คุณภาพลูกหนี้ดังกล่าว ได้ส่งผลให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกอย่าง
ต่อเนื่อง ถึง 185 ล้านบาทในไตรมาสสองของปี 2549 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกับปีก่อน
มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นลบอยู่ 620 ล้านบาท หมายความว่ากระแสเงินสดจาก
การดำเนินงานไตรมาสสองของปีนี้ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 805 ล้านบาท
ยอดขายสินค้าในไตรมาสสองเปรียบเทียบกันไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสแรก
ของปีนี้ สามารถแยกประเภทได้ดังนี้
ยอดขาย ไตรมาส 1 / 2549 ไตรมาส 2 / 2549 ไตรมาส 2 / 2548
รถจักรยานยนต์ใหม่ 235,845 65,083 542,834
รถจักรยานยนต์มีอสอง 164,849 100,805 532,126
เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ 447,410 445,715 499,552
รวมยอดขาย (พันบาท) 848,104 611,603 1,574,512
ยอดยึดคืนสินค้า ไตรมาส 1 / 2549 ไตรมาส 2 / 2549 ไตรมาส 2 / 2548
รถจักรยานยนต์ -614,475 -314,293 -276,982
เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ -157,003 -85,687 -93,529
รวมยอดยึดคืน (พันบาท) -771,478 -399,980 -370,511
ยอดขายสุทธิ 76,626 211,623 1,204,001
จากตารางดังกล่าวยอดขายสินค้าไตรมาสสองของบริษัทฯ ในส่วนของรถจักรยานยนต์
ลดลงมาก เนื่องจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อโดยต้องผ่านการอนุมัติจากส่วนกลาง
ตลอดจนการจำกัดการซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ เพื่อที่จะระบายรถจักรยานยนต์มือสองที่ยึดมาให้เร็วที่สุด
ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้ามียอดจำหน่ายใกล้เคียงกับไตรมาสแรกของปี 2549 แต่ลดลง
11% เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกับปีก่อน เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคลดลง
อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง
จากความไม่แน่นอนทางการเมืองตั้งแต่ต้นปี 2549
ด้านการยึดสินค้าคืนในไตรมาสที่สองของปี อยู่ที่ 400 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนอยู่ที่ 370.5
ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดยึดสินค้าคืนลดลง 371.5 ล้านบาท
เนื่องจากบัญชีที่มีปัญหาลดน้อยลงส่งผลให้ขาดทุนจากการยึดคืนสินค้าลดลงจาก 254.1 ล้านบาท
ในไตรมาสแรก มาอยู่ที่ 107.8 ล้านบาท ในไตรมาสสองนี้ หรือลดลง 146.3 ล้านบาท
กำไรเบื้องต้น ลดลง 186.7 ล้านบาท
กำไรเบื้องต้นอยู่ที่ 490.9 ล้านบาท (905.2-414.3) เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อยู่ที่ 677.6 ล้านบาท (1,939.3-1,261.7) ลดลง 186.7 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบเป็น
อัตรากำไรเบื้องต้นปี 2549 อยู่ที่ 54.2% เทียบกับปี 2548 อยู่ที่ 34.9% สาเหตุหลักที่ปี
2549 มีอัตรากำไรเบื้องต้นที่ดีกว่าเนื่องจากสัดส่วนการขายของรถจักรยานยนต์น้อยกว่า
เครื่องใช้ไฟฟ้า กล่าวคืออยู่ที่ 27% ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 68% ซึ่งอัตรากำไร
เบื้องต้นของรถจักรยานยนต์จะต่ำกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร สูงขึ้น 4.7 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลงตามยอดขายที่ลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองหนี้สูญ
ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโดยรวมใกล้เคียงกับช่วงเวลาเดียวกับปีก่อน
ดอกเบี้ยจ่าย เพิ่มขึ้น 15.8 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ในไตรมาสนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5.6% ในขณะที่ปีที่แล้ว
ในไตรมาสเดียวกันอยู่ที่ 3.0% ส่งผลให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น 18.7 ล้านบาท แต่ยอดเงินกู้ได้ลดลง
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2549 อยู่ที่ 2,794.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกันสิ้นเดือน มิถุนายนของ
ปี 2548 อยู่ที่ 3,320.4 ล้านบาท ส่งผลให้ดอกเบี้ย ลดลง 2.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นสุทธิ
15.8 ล้านบาท (18.7- 2.9)
ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น - สุทธิ
ลดลง จาก 4,706 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2548 มาอยู่ที่ 3,850.4 ล้านบาท ณ สิ้น
เดือนมิถุนายน 2549 ยอดที่ลดลงเป็นผลของมาตรการต่าง ๆ ที่ฝ่ายบริหารได้ดำเนินการ
ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น
สินค้าคงเหลือสุทธิ
ยอดที่เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้ว จำนวนเงิน 217.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก
ของปีนี้ 64.8 ล้านบาทสาเหตุหลักมาจากการยึดคืนสินค้า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2549
บริษัทฯ มีรถจักรยานยนต์มือสองคงเหลือประมาณ 30,000 คัน บริษัทฯได้มุ่งเน้นการขาย
รถจักรยานยนต์มือสองดังกล่าวผ่านเครือข่ายการขายปกติ และช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ
รวมถึงการขายเป็นปริมาณมาก ๆ เพื่อที่จะลดปริมาณรถจักรยานยนต์มือสองให้ได้ผลใน
ไตรมาสสามต่อเนื่องในไตรมาสที่สี่ของปี 2549 กรณีที่ราคาตลาดรถจักรยานยนต์มือสอง
ลดลงมากอาจจะส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของบริษัทฯในเดือนถัดไป
หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
บริษัทฯมีหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2549 อยู่ที่ 1.77
เมื่อเทียบกันสิ้นปี 2548 และสิ้นไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.72
ฝ่ายบริหารเข้าใจดีว่าบริษัทฯมีเครือข่ายการกระจายสินค้าครอบคลุมตลาดภูมิภาคทั่ว
ประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด จึงได้ใช้จุดแข็งนี้ในการวางกลยุทธ์ ในปัจจุบันดังนี้:
กำหนดให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดหน่ายสินค้าด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในตลาดส่วนภูมิภาค
ออกสินค้าใหม่ และบริการ ใหม่ ๆ นำเสนอต่อฐานลูกค้าในปัจจุบัน
เสนอจุดแข็งของการขายและบริการนี้ให้กับบริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการใช้โครงข่ายของ
บริษัทซิงเกอร์ในการกระจายสินค้า
จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัทฯ
ขอแสดงความนับถือ
(นายประทีป แสงหิรัญวัฒนา)
ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน