13 August 2008
ชี้แจงผลการดำเนินงานของซิงเกอร์ สำหรับไตรมาสที่สองปี 2551
ที่ ห.ท. SET.014/2551
วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2551
เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
สำหรับไตรมาสที่สองประจำปี พ.ศ. 2551
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในไตรมาสที่สองปี 2551 บริษัทมีผลประกอบการกำไรเท่ากับ 12.9 ล้านบาท
ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2550 ที่มีผลขาดทุนถึง 116.6 ล้านบาท อันถือเป็น
การปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้กำไรต่อหุ้นของบริษัทในไตรมาสนี้เท่ากับ 0.05 บาท
เทียบกับผลขาดทุนต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 0.43 บาท และหากเปรียบเทียบกับ
ไตรมาสแรกของปี 2551 จะพบว่าบริษัทมีผลประกอบการกำไรเพิ่มขึ้นถึง 23.3% จากกำไรสุทธิ
ที่ได้เท่ากับ 10.5 ล้านบาทในไตรมาสแรก เทียบกับ 12.9 ล้านบาทในไตรมาสที่สองของปีเดียวกัน
อันมีผลทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.04 บาทต่อหุ้นมาเท่ากับ 0.05 บาทต่อหุ้น
บริษัทขอชี้แจงประเด็นสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างไตรมาสที่สองของปี 2551 ดังนี้
- บริษัทได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่สองของปี 2551 เป็นเงิน 53.0 ล้านบาท
และเมื่อรวมทั้งสองไตรมาสบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเท่ากับ 200.7 ล้านบาท
- ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ได้รับดังกล่าว บริษัทได้มีการชำระคืนเงินกู้สำหรับไตรมาสที่สอง
เป็นจำนวนเงินเท่ากับ 53.0 ล้านบาท และหากรวมทั้งสองไตรมาส บริษัทได้มีการชำระคืนเงินกู้แล้ว
รวมทั้งสิ้น 200.8 ล้านบาท
- รวมเงินกู้ทั้งหมดของบริษัทลดลง 160.9 ล้านบาท โดยเงินกู้ระยะยาวลดลง 161.7 ล้านบาทจาก
683.3 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550 ลดลงเหลือเท่ากับ 521.6 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน
มิถุนายน 2551 ในขณะที่เงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพียง 0.8 ล้านบาทจาก 653.2 ล้านบาทบาท
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 654.0 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551
- สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 ยอดคงเหลือของบัญชีเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของบริษัทลดลงเหลือ
33,271 บัญชี จากบัญชีเช่าซื้อคงเหลือทั้งหมดเท่ากับ 211,777 บัญชี หรือคิดเป็น 15.7% ของบัญชี
เช่าซื้อทั้งหมด
- จำนวนรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2551 ลดลงเหลือเท่ากับ 2,115 คัน
- เปอร์เซ็นต์การเก็บเงินซึ่งคำนวณมาจากจำนวนบัญชีที่รับชำระต่อจำนวนบัญชีเช่าซื้อทั้งหมด ณ สิ้น
เดือนมิถุนายน 2551 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 3.04% เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์การเก็บเงิน ณ สิ้น
เดือนธันวาคม 2550
กลยุทธ์ในการตีแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-in) ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ที่บริษัทได้ทำการประชาสัมพันธ์ทาง
โทรทัศน์ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างท่วมท้น จนทำให้บริษัทวางแผนที่จะดำเนินการต่อไปจนถึงสิ้นปี 2551
เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับตลาดสินค้าทดแทนให้กับบริษัทได้อย่างมหาศาล
บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากรถจักรยานยนต์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้สำเร็จ
ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนของยอดขายขั้นต้นของสินค้าไตรมาสที่สองของปี 2551 ที่ประกอบด้วยยอดขายขั้นต้น
ของรถจักรยานยนต์ที่ลดลงเหลือเพียง 5.5%ของยอดขายขั้นต้นของสินค้าทั้งหมด
บริษัทได้มีการพัฒนากระบวนการขายแบบเช่าซื้อและการปรับปรุงฐานข้อมูลลูกค้าบริษัทภายใต้การแนะนำ
ของหัวหน้าของผู้ตรวจสอบภายในของบริษัทซิงเกอร์สำนักงานใหญ่เพื่อทำให้ฐานข้อมูลของลูกค้าและผู้ค้ำประกัน
ของลูกค้าเป็นปัจจุบันและครบถ้ว น ควบคู่ไปกับการพัฒนากระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว ด้วยการการ
ปรับปรุงการทำงานของผู้ตรวจสอบบัญชีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อสังเกตสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของไตรมาสที่สองสำหรับปี 2551
งบกำไรขาดทุน
ผลประกอบการของไตรมาสที่สองสำหรับปี 2551 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรเท่ากับ 12.9 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่สองของปี 2550 ที่บริษัทมีผลขาดทุนเท่ากับ 116.6 ล้านบาท
รายได้ของบริษัทลดลงจาก 697.7 ล้านบาทในไตรมาสที่สองของปี 2550 เหลือ 615.3 ล้านบาท หรือ
ลดลงเท่ากับ 11.8% ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากยอดขายสุทธิของสินค้าลดลงเท่ากับ 11.8% อันเป็นผลมาจากยอดขาย
ของรถจักรยานยนต์ที่ลดลงถึง 78.4% หรือลดลงเท่ากับ 94.6 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ภายในบ้านจะเพิ่มขึ้นเท่ากับ 7.8% หรือเพิ่มขึ้นเท่ากับ 32.2 ล้านบาทก็ตาม และการลดลงของดอกเบี้ยจาก
การผ่อนชำระเท่ากับ 16.0% หรือลดลงเท่ากับ 24.8 ล้านบาท อันเนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อ ที่ลดลงจาก
230,957 บัญชี ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550 ลดลงเหลือเท่ากับ 211,777 บัญชี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551
ทั้งนี้เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนบัญชีที่ปิดและยึดคืน การลดลงของยอดขายรถจักรยานยนต์นั้น สืบเนื่อง
มาจากแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นมาขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแทน แม้ว่าจำนวนบัญชีเช่าซื้อใหม่ของ
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะเพิ่มขึ้นทุกๆเดือนแต่ก็ไม่สามารถที่ชดเชยกับจำนวนบัญชีเช่าซื้อเดิมที่ปิดไปโดย
การให้ส่วนลดและยึดสินค้าคืนตามนโยบายของบริษัทเพื่อที่จะลดจำนวนบัญชีที่ค้างชำระลง
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2551 การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือของบริษัทได้ลดลงเหลือเท่ากับ 87.0 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม ปี 2550 ซึ่งเท่ากับ 162.0 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการลดลงของจำนวน
รถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วจำนวน 3,173 คัน และผลจากการวางแผนจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มี
การเคลื่อนไหวช้า
โดยภาพรวมของไตรมาสที่สองสำหรับปี 2551 บริษัทมียอดกำไรสุทธิทั้งสิ้น 12.9 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับยอดขาดทุนสุทธิ 116.6 ล้านบาท ของไตรมาสที่สองสำหรับปี 2550 ผลต่างที่ดีขึ้น
103.7 ล้านบาท สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:-
ล้านบาท
1.) ยอดขายของผลิตภัณฑ์ลดลง -62
2.) รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง -25
3.) รายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้น 5
4.) ต้นทุนขายลดลง 129
5.) ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง 15
6.) ค่าใช้จ่ายกึ่งผันแปรลดลง 22
7.) ขาดทุนจากการยึดสินค้าคืนลดลง 26
8.) ค่าใช้จ่ายประจำเพิ่มขึ้น -16
9.) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 10
รวมผลต่าง 104
งบดุล
ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น-สุทธิ ลดลงจาก 1,675 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550
มาอยู่ที่ 1,555 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 หรือลดลงเท่ากับ 7.2% ทั้งนี้เนื่องมาจาก
บัญชีเช่าซื้อที่ปิดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับบัญชีขายใหม่หลังจากการเลิกธุรกิจรถจักรยานยนต์ จำนวน
บัญชีเช่าซื้อ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 ลดลงเหลือเท่ากับ 211,777 บัญชีเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม
ปี 2550 ที่มีจำนวนเท่ากับ 230,957 บัญชี หรือลดลงเท่ากับ 19,180 บัญชี
สินค้าคงเหลือ - สุทธิ เพิ่มขึ้นจาก 231 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2550 มาอยู่ที่ 262 ล้านบาท
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากปริมาณสั่งซื้อใหม่ของจักรเย็บผ้าและ
เครื่องซักผ้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขายในเดือน กรกฎาคม และ กันยายน 2551
เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2551 เท่ากับ 189 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2550
ซึ่งเท่ากับ 72 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากมูลค่าของการสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขายที่เพิ่มขึ้น
รวมกับเครดิตเทอมที่ยาวนานขึ้นจากการสนับสนุนของผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่
เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเท่ากับ 161 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการชำระคืนเงินกู้จาก
กระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัท
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
( นายดาเนียล ไมเคิล ฟิลิโปเนท์ )
กรรมการผู้จัดการ