14 May 2009

ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสแรกปี 2552

ที่ ห.ท. SET.025/2552 วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับไตรมาสแรก ของปี พ.ศ. 2552 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาสแรกของปี 2552 บริษัทมีผลประกอบการกำไรสุทธิเท่ากับ 16.7 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2551 ที่มีผลกำไรสุทธิเท่ากับ 10.5 ล้านบาท อันมีผลทำให้กำไร ต่อหุ้นของบริษัทในไตรมาสนี้เท่ากับ 0.06 บาท เทียบกับผลกำไรต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 0.04 บาท สิ่งนี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายจัดการที่จะต้องทำให้บริษัทมีผลการประกอบการ กำไรภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลง จากผลประกอบการที่ปรากฎนี้ แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่บริษัทดำเนินการอยู่นั้นถูกต้อง บริษัทขอชี้แจงประเด็นสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างไตรมาสแรกของปี 2552 ดังนี้ -บริษัทได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2552 เป็นเงิน 47.9 ล้านบาท -ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ได้รับ บริษัทได้มีการชำระคืนเงินกู้เป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้นเท่ากับ 147.3 ล้านบาท -เงินกู้ระยะยาวของบริษัท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 276.6 ล้านบาท จาก 426.6 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551ในขณะที่เงินกู้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 742.0 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 เป็น 744.7 ล้านบาท -ยอดคงเหลือของจำนวนบัญชีเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 20,093 บัญชี ณ สิ้นปี 2551 คงเหลือเท่ากับ 15,906 บัญชี ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2552 -อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อให้ได้ราคา สั่งซื้อ ที่ถูกลง คุณภาพที่ดีขึ้นพร้อมกับส่วนลดที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการสั่งซื้อกับมูลค่าของราคา ตีแลก (Trade-in) ที่บริษัทถือเป็นส่วนลดที่ลดลงมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 -จำนวนรถจักรยานยนต์มือสอง ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 1,670 คัน -เปอร์เซ็นต์การเก็บเงินซึ่งคำนวณมาจากจำนวนบัญชีที่รับชำระต่อจำนวนบัญชีเช่าซื้อทั้งหมด ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2552 เพิ่มขึ้นประมาณ 1.6% เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์การเก็บเงินณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 -บริษัทได้รับประโยชน์จากการใช้สิทธิซื้อและขายรถบรรทุกเดินตลาดที่บริษัทเช่าใช้จากผู้ให้เช่าที่ครบ กำหนดสัญญาเช่าในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคม 2552 เป็นจำนวนเงิน 6.3 ล้านบาท กลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทยังคงเน้นในธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกับลูกค้าในประเทศไทยที่ อาศัยอยู่ตามชนบท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดนี้มามากกว่า 100 ปีแล้ว บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการตีแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-in) ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ต่อไปด้วยการกำหนดมูลค่า ของราคาตีแลกสินค้าให้ลดลง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของโอกาสทางธุรกิจสำหรับตลาดสินค้าทดแทนที่มีอยู่ได้อย่าง มหาศาลได้ต่อไป เพื่อที่จะสร้างการป้องกัน การติดตาม และการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำนี้ บริษัทได้มีการดำเนินการมาตราการดั่งต่อไปนี้:- -กำหนดให้มีนโยบายการแจ้งแหล่งข้อมูลทุจริต โดยเฉพาะที่เกิดขึ้น ในภาคสนามเป็นความลับ (Whistleblower Policy) ด้วยการติดต่อให้ข้อมูลการทุจริตนั้นเป็นการเฉพาะเพื่อเป็นการป้องกัน แหล่งแจ้งข้อมูลนั้นๆ -กำหนดให้มีรายงานการเตือนล่วงหน้า (Early Warning Report) เพื่อบ่งชี้สัญญาณของการทุจริต พร้อมกับให้มีการแบ่งเกรดของร้านสาขาโดยจำแนกตามระดับของความเสี่ยงในความเสียหายที่อาจจะ เกิดขึ้น -แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตขึ้นมารับผิดชอบในคดีทุจริตที่สำคัญๆโดยเฉพาะ พร้อมกับมอบหมายให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลคดีทุจริตทั้งหมด และให้มีการออกกฎระเบียบและ ติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาคดีทุจริตเหล่านั้นให้เหมาะสม -กำหนดให้มีการฝึกอบรมและเพิ่มความรับผิดชอบให้กับผู้จัดการภาคเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง จัดให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานกฎหมายและผู้บริหารของภาคสนามในการ ติดตามและดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริต บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากรถจักรยานยนต์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้สำเร็จ ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนของยอดขายไตรมาสแรกในปี 2551 อันประกอบด้วยยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ลดลงเหลือ เพียง 2.4% ของยอดขายทั้งหมด ข้อสังเกตุสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของไตรมาสแรกสำหรับปี 2552 งบกำไรขาดทุน ผลประกอบการของไตรมาสแรกของปี 2552 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกำไรเท่ากับ 16.7 ล้านบาทเมื่อ เปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2551 ที่มีกำไรเท่ากับ 10.5 ล้านบาท รายได้ของบริษัทลดลงจาก 599.4 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2551 เหลือ 492.6 ล้านบาท หรือลดลงเท่ากับ 17.8% ทั้งนี้เนื่องมาจากยอดขายของสินค้าที่ลดลงประมาณ 27.4% อัน มีผลสืบเนื่อมาจากปัจจัย ภายนอกและภายในที่สำคัญ 2 ปัจจัย ที่มากระทบอัน ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย และการอนุมัติและควบคุมสินเชื่อของบริษัทที่รัดกุม และการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระเท่ากับ 5.7% หรือลดลงเท่ากับ 7.2 ล้านบาท อันเนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อที่ลดลงจาก 189,031 บัญชี ณ สิ้นเดือน ธันวาคม 2551 ลดลงเหลือเท่ากับ 182,693 บัญชี ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2552 ทั้งนี้เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของ จำนวนบัญชีที่ปิดและยึดคืนมากกว่าบัญชีที่เปิดใหม่ ในขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้นประมาณ 29.0 ล้านบาท อันมี สาเหตุมาจากกำไรจากการขายร้านสาขาที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในเดือนมกราคม 2552 และ การใช้สิทธิในการซื้อ รถบรรทุกเดินตลาดที่บริษัทเช่าใช้มาจากผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่าใช้ที่ครบกำหนดแล้วขายออกไป ณ สิ้นเดือนมีนาคม ปี 2552 การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือของบริษัทได้ลดลงเหลือเท่ากับ 69.0 ล้านบาท เมื่อ เทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ซึ่งเท่ากับ 103.0 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการวางแผนจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายในบ้านที่มีการเคลื่อนไหวช้า และรถจักรยานยนต์ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยภาพรวมของไตรมาสแรกของปี 2552 บริษัทมียอดกำไรสุทธิทั้งสิ้น 16.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดกำไร สุทธิ 10.5 ล้านบาท ของไตรมาสแรกของปี 2551 ผลต่างที่ดีขึ้น 6.2 ล้านบาท สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:- ล้านบาท 1.) ยอดขายของผลิตภัณฑ์ลดลง -128 2.) รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง -7 3.) รายได้อื่นๆเพิ่มขึ้น 29 4.) ต้นทุนขายลดลง 118 5.) ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง 19 6.) ค่าใช้จ่ายกึ่งผันแปรเพิ่มขึ้น -17 7.) ค่าใช้จ่ายประจำเพิ่มขึ้น -9 8.) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 1 รวมผลต่าง 6 งบดุล ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น-สุทธิ ลดลงจาก 1,395 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ที่ 1,322 ล้าน บาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2552 หรือลดลงเท่ากับ 5% ทั้งนี้เนื่องมาจากบัญชีเช่าซื้อที่ปิดเพิ่มขึ้นจากการปิดบัญชีปกติ การยึดคืนและการให้ส่วนลด จำนวนบัญชีเช่าซื้อ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 182,693 บัญชี เทียบ กับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ที่มีจำนวนเท่ากับ 189,031 บัญชี หรือลดลงเท่ากับ 6,338 บัญชี สินค้าคงเหลือ - สุทธิ ลดลงจาก 222 ล้านบาท เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ที่ 217 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2552 สาเหตุหลักของการลดลงดังกล่าวเนื่องมาจากแผนการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีการ เคลื่อนไหวช้าให้มาเป็นเงินสด เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2552 เท่ากับ 132 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2551 ซึ่งเท่ากับ 179 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากมูลค่าของการสั่งซื้อสินค้าที่ลดลงตามยอดขายที่ลดลง เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเท่ากับ 147 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการคืนเงินกู้จากกระแสเงินสดที่ได้รับจาก การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัท ขอแสดงความนับถือ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ( นายดาเนียล ไมเคิล ฟิลิโปเนท์ ) กรรมการผู้จัดการ