02 March 2010
ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาช
ที่ ห.ท. SET/ 003 /2553
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
สำหรับประจำปี พ.ศ. 2552
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในไตรมาสที่สี่ปี 2552 บริษัทมีผลประกอบการกำไรสุทธิเท่ากับ 1.2 ล้านบาทซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาส
เดียวกันของปี 2551 ที่มีผลขาดทุนสุทธิถึง 66.4 ล้านบาท และเมื่อรวมผลประกอบการทั้งปี 2552 พบว่า บริษัทมีผล
ประกอบการกำไรสุทธิเท่ากับ 36.5 ล้านบาทเมื่อเทียบกับผลประกอบการปี 2551 ที่มีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 81.6
ล้านบาท อันแสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของบริษัท จนทำให้กำไรสุทธิก่อนหักดอกเบี้ยภาษี
ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประจำปี 2552 ของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ซึ่งเท่ากับ 29.2 ล้านบาท
มาเป็น 130.5 ล้านบาท
บริษัทขอชี้แจงประเด็นสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2552 ดังนี้
- บริษัทได้รับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับปี 2552 เป็นเงินทั้งสิ้น 345.8 ล้านบาท โดยแยกเป็น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 1-3 เท่ากับ 210.3 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทได้มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อให้ได้
ราคาสั่งซื้อที่ถูกลงเงื่อนไขที่ดีขึ้นพร้อมกับส่วนลดที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นรวมกับการ
ปรับลดมูลค่าของราคาตีแลก (Trade-in) ที่ใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552
- ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ได้รับดังกล่าวบริษัทได้มีการชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยสำหรับปี
2552 รวมเป็นเงินทั้งสิ้นเท่ากับ 365.8 ล้านบาท
- ในเดือนพฤศจิกายน 2552 บริษัทฯได้มีการเซ็นสัญญาขยายระยะเวลาการชำระหนี้กับเจ้าหนี้สถาบัน
การเงินเพื่อขยายระยะเวลาของเงินกู้ทั้งหมดรวม 1,026.2 ล้านบาท ออกไปเป็นระยะเวลา 6 ปีโดยเงินกู้
งวดสุดท้ายจะครบกำหนดชำระในวันที่ 30 มีนาคม 2558
- ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 อัตราส่วนหมุนเวียน (Current Ratio) ของบริษัทฯได้มีการปรับปรุงดีขึ้นจาก
1.1 เท่ามาเท่ากับ 4.9 เท่า อันประกอบด้วยเงินกู้ระยะสั้นเท่ากับ 54.0 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวเท่ากับ
820.2 ล้านบาท
ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับปี 2552 (บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย)
- ณ สิ้นปี 2552 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ได้มีการปรับลดลงจาก 3.4 เท่ามาเหลือเท่ากับ 2.6 เท่าอัน
เป็นผลมาจากการปรับปรุงกำไรสุทธิที่ดีขึ้นเท่ากับ 36.5 ล้านบาท และเงินกู้ที่ลดลงเท่ากับ 294.4 ล้านบาท
- ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 บริษัทฯมีบัญชีเช่าซื้อรถจักรยานยนต์คงเหลือ เท่ากับ 5,761 บัญชีจากบัญชีเช่า
ซื้อคงเหลือทั้งหมดเท่ากับ 162,1691 บัญชี หรือคิดเป็น 3.6% ของบัญชีเช่าซื้อทั้งหมด
- จำนวนรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว ณ สิ้นเดือน ธันวาคม 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 715 คัน
- เปอร์เซ็นต์การเก็บเงินซึ่งคำนวณมาจากจำนวนบัญชีที่รับชำระต่อจำนวนบัญชีเช่าซื้อทั้งหมด ณ สิ้นเดือน
ธันวาคม 2552 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 6.3% เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์การเก็บเงิน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551
- บริษัทฯสามารถบริหารบัญชีเช่าซื้อที่ค้างชำระลดลงจากเดือนธันวาคม 2551ทั้งสิ้นเท่ากับ 124.2 ล้านบาท
กลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทยังคงเน้นในธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกับลูกค้าในประเทศไทยที่
อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดนี้มามากกว่า 120 ปีแล้ว
บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการตีแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-in) ทุกชนิด ทุกยี่ห้อต่อไปด้วยการกำหนดมูลค่า
ของราคาตีแลกสินค้าให้ลดลง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของโอกาสทางธุรกิจสำหรับตลาดสินค้าแทนที่มีอยู่ได้อย่าง
มหาศาลได้ต่อไป
หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวโฆษณาเครื่องปรับอากาศที่ว่า "จ่ายเพียง 30 บาทต่อวัน คุณก็สามารถเป็นเจ้าของ
เครื่องปรับอากาศซิงเกอร์ได้" ผ่านสื่อโทรทัศน์ในเดือนธันวาคม 2552 ยอดขายเครื่องปรับอากาศของบริษัทฯก็มี
การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงเวลาการขายเครื่องปรับอากาศของบริษัทฯก็ตามด้วยเหตุนี้
บริษัทฯ จึงวางแผนที่จะจัดให้มีการโฆษณาชุดนี้ต่อไปในปี 2553
ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญที่จะปกป้องคุ้มครองบริษัทฯ ลูกค้าพนักงานพนักงานขายและทรัพย์สิน
จากความเสี่ยงทางการเงินหรือจากการกระทำที่ฝ่าฝืนกฏระเบียบและการกระทำที่ไม่มีจริยธรรม บริษัทฯจึงได้มีการ
กำหนด " นโยบายไม่ยอมให้มีการทุจริต (Zero Tolerance Policies) " อันเกี่ยวข้องการกระทำที่ไม่สุจริตขึ้น
เพื่อที่จะประกาศให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกันทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ อันประกอบด้วย ลูกค้า ผู้ผลิต พนักงาน
และพนักงานขาย
บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากรถจักรยานยนต์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้สำเร็จ ดังจะเห็น
ได้จากสัดส่วนของยอดขายขั้นต้นของสินค้าในปี 2552 ที่ประกอบด้วยยอดขายขั้นต้นของรถจักรยานยนต์ที่ลดลง
เหลือเพียง 1.5%ของยอดขายขั้นต้นของสินค้าทั้งหมด
ข้อสังเกตสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของสำหรับปี 2552
งบกำไรขาดทุน
ผลประกอบการสำหรับปี 2552 แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีผลกำไรสุทธิเท่ากับ 36.5 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับ
ปี 2551 ที่บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 81.6 ล้านบาท
ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับปี 2552 (บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย)
รายได้ของบริษัทลดลงจาก 2,355.4 ล้านบาทในปี 2551 เหลือ 1,874.9 ล้านบาท หรือลดลงเท่ากับ
20.4% ทั้งนี้ เนื่องมาจากยอดขายของสินค้ ที่ลดลงประมาณ 22.1% อันมีผ ลสืบเนื่องมาจากปัจ จัยภายนอกและ
ภายในที่สำคัญ 2 ปัจจัย ที่มากระทบอันได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศไทยที่ยังไม่แน่นอนอัน
ส่งผลกระทบกับการฟื้นตัวของความต้องการบริโภคภายในประเทศประกอบกับการอนุมัติและควบคุม สินเชื่อ
ของบริษัทที่รัดกุมเพื่อให้ได้บัญชีเช่าซื้อที่มีคุณภาพ และการลดลงของดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระเท่ากับ 10.0%
หรือลดลงเท่ากับ 49.7 ล้านบาทอันเนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อที่ลดลงจาก 189,031บัญชี ณสิ้นเดือน
ธันวาคม 2551 ลดลงเหลือเท่ากับ 162,169 บัญชี ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของ
จำนวนบัญชีที่ปิดและยึดคืนมากกว่าบัญชีที่เปิดใหม่ โดยเฉพาะบัญชีเช่าซื้อของรถจักรยานยนต์ ประกอบกับ
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงวิธีการรับรู้ดอกเบี้ย ผ่อนชำระจากวิธีผลรวมของจำนวนปี (Sum of the Digit)
มาเป็นแบบการคิด ดอกเบี้ย ที่แท้จริง (Effective Interest Rate) อีกทั้ง รายได้อื่นๆ ก็ลดลง 41.6 ล้านบาทอันมีผล
เนื่องมาจากการหยุดที่จะขายร้านสาขาหลังจากที่ได้มีการปรับจำนวนร้านสาขาที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลงให้เหมาะสม
กับการดำเนินธุรกิจของบริษัทแล้ว
ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2552 การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือของบริษัทได้ลดลงเหลือเท่ากับ 33.0 ล้านบาท เมื่อ
เทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ซึ่งเท่ากับ 103.0 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการวางแผนจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
ภายในบ้านที่มีการเคลื่อนไหวช้าและรถจักรยานยนต์ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
โดยภาพรวมของปี 2552 บริษัทมียอดกำไรสุทธิทั้งสิ้น 36.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดขาดทุนสุทธิ 81.6 ล้าน
บาท ของปี 2551 ผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเท่ากับ 118.1 ล้านบาท สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:-
ล้านบาท
1.) ยอดขายของผลิตภัณฑ์ลดลง -389
2.) รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง -50
3.) รายได้อื่นๆลดลง -42
4.) ต้นทุนขายลดลง 435
5.) ค่าใช้จ่ายผันแปรลดลง 100
6.) ค่าใช้จ่ายกึ่งผันแปรเพิ่มขึ้น -9
7.) ขาดทุนจากการยึดคืนลดลง 16
8.) ค่าใช้จ่ายประจำลดลง 51
9.) ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 6
รวมผลต่าง 118
ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับปี 2552 (บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย)
งบดุล
ลูกหนี้ผ่อนชำระและลูกหนี้อื่น-สุทธิ ลดลงจาก 1,395 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ที่ 1,132 ล้าน
บาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 หรือลดลงเท่ากับ 18.9% ทั้งนี้เนื่องมาจากบัญชีเช่าซื้อที่ปิดเพิ่มขึ้นจากการปิดบัญชี
ปกติ การยึดคืน และการให้ส่วนลด โดยเฉพาะบัญชีเช่าซื้อของรถจักรยานยนต์ จำนวนบัญ ชีเช่าซื้อ ณ สิ้นเดือน
ธันวาคม 2552 ลดลงเหลือเท่ากับ 162,169 บัญชีเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 ที่มีจำนวนเท่ากับ 189,031
บัญชี หรือลดลงเท่ากับ 26,862 บัญชี
สินค้าคงเหลือ - สุทธิ ลดลงจาก 222 ล้านบาท เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2551 มาอยู่ ที่ 200.8 ล้านบาท ณ สิ้ น
เดือนธันวาคม 2552 สาเหตุหลักของการลดลงดังกล่าวมาจากนโยบายในการผลักดันสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวช้าให้
มาเป็นเงินสดเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ
เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 เท่ากับ 153.2 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2551 ซึ่งเท่ากับ 179
ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากมูลค่าของการสั่งซื้อสินค้าที่ลดลงตามยอดขายที่ลดลงประกอบกับการจ่ายเงินค่าซื้อสินค้า
ก่อนครบกำหนดชำระให้กับผู้ผลิตเพื่อให้ได้ส่วนลดเงินสดตามข้อตกลง
เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงเท่ากับ 294.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2551 ทั้งนี้เนื่องมาจากการคืนเงินกู้จาก
กระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
(นายบุญยง ตันสกุล)
กรรมการผู้จัดการ