16 August 2010

ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่สอง ของปี พ.ศ. 2553

ที่ ห.ท. SET. 018/2553 วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับไตรมาสที่สอง ของปี พ.ศ. 2553 เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาสที่ สองของปี 2553 บริษัทมีผลประกอบการกำไรสุทธิเท่ากับ 25.8 ล้านบาทซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของ ปี 2552 ที่มีผลกำไรสุทธิเท่ากับ 12.6 ล้านบาท อันมีผลทำให้กำไรต่อหุ้นของบริษัทในไตรมาสนี้เท่ากับ 0.10 บาท เทียบกับกำไรต่อหุ้น ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 0.05 บาท สิ่งนี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายจัดการที่จะต้องทำให้บริษัทมีผลการประกอบการ กำไรภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาจากผลประกอบการที่ปรากฎนี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่บริษัทดำเนินอยู่นั้นเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง บริษัทขอชี้แจงประเด็นสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างไตรมาสที่สองของปี 2553 ดังนี้ - ยอดขายสินค้าของบริษัทฯในไตรมาสที่สองของปี 2553 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นถึง 28.6% หรือคิดเป็นเงิน 99.8 ล้านบาท เนื่องจากการขายเครื่องปรับอากาศได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง - มูลค่าบัญชีเช่าซื้อของบริษัทฯ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2553 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคมของปีก่อน เพิ่มขึ้นถึง 134.1 ล้านบาท อันมีผลมาจากยอดขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น - บริษัทได้ใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานบางส่วนไปในการลงทุนกับบัญชีเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นจนทำให้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของปี 2553 ติดลบเป็นเงิน 62.5 ล้านบาท - พร้อมกันนั้นบริษัทฯก็ได้ยังนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ได้รับไปจ่ายชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ย เป็นจำนวนเงินเท่ากับ 54.8 ล้านบาท - เงินกู้ระยะยาวของบริษัท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2553 ลดลงเหลือ เท่ากับ 774.7 ล้านบาท จาก 820.3 ล้าน บาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 ในขณะที่เงินกู้ระยะสั้นและเงินเบิกเกินบัญชีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 54.0 ล้าน บาทณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 เป็น 72.8 ล้านบาท - อัตรากำไรขั้นต้นของไตรมาสที่สองของปี 2553 ลดลงจาก 61.3% เป็น 54.0% อันมีผลมาจากอัตรากำไร ขั้นต้นของเครื่องปรับอากาศที่บริษัทฯขายเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนั้นต่ำกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าหลัก อื่นๆ ที่ขายอยู่ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการส่งเสริมการขายเครื่องปรับอากาศโดยไม่มีการคิดค่าติดตั้งในช่วงแรก ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาสที่สองของปี 2553 (บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย) ของการแนะนำสินค้า แต่อย่างไรก็ตามปริมาณการขายเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นนั้นได้มาผลักดัน ให้บริษัทฯมีผลกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 18.4 ล้านบาท - เปอร์เซ็นต์การเก็บเงินซึ่งคำนวณมาจากจำนวนบัญชีที่ชำระต่อจำนวนบัญชีเช่าซื้อทั้งหมด ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2553 เพิ่มขึ้นอีก 2.87% เมื่อเปรียบเทียบกับเปอร์เซ็นต์การเก็บเงิน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 - บริษัทฯสามารถบริหารบัญชีเช่าซื้อที่มีเงินค้างชำระลดลงได้อย่างต่อเนื่อง จากสิ้นเดือนธันวาคม 2552 อีก เป็นเงินทั้งสิ้นเท่ากับ 36.8 ล้านบาท กลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทยังคงเน้นในธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกับลูกค้าในประเทศไทยที่ อาศัยอยู่ตามชนบท ซึ่งบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดนี้มามากกว่า 100 ปีแล้ว บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการตีแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-in) ทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ต่อไปด้วยการกำหนดมูลค่า ของราคาตีแลกสินค้าให้ลดลง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของโอกาสทางธุรกิจสำหรับตลาดสินค้าทดแทนที่มีอยู่ได้อย่าง มหาศาลได้ต่อไป จากการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มมากขึ้นรวมกับแผนธุรกิจของบริษัทที่ได้ให้มีการเปิดตลาดในกลุ่ม ลูกค้าขายของชำหรือโชห่วยในหมู่บ้านด้วยการจำหน่ายตู้แช่และตู้เติมเงินของโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นทำให้มีการ เลื่อนฐานะกลุ่มลูกค้าของบริษัทจากลูกค้ากลุ่ม C & D มาเป็นลูกค้ากลุ่ม B&C เพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าบัญชีเช่าซื้อที่เกิดขึ้นใหม่จากการขายที่เพิ่ม ขึ้นของเครื่องปรับอากาศตู้เติมเงิ น โทรศัพท์มือถือและตู้แช่เป็นบัญชีเช่าซื้อที่มีคุณภาพและหากมีปัญหาก็สามารถจัดการแก้ไขได้ทันทีบริษัทฯได้ให้ มีการเข้มงวดในการควบคุมและกำกับดูแลสินเชื่อของบัญชีเช่าซื้อเหล่านี้เป็นพิเศษอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสร้างการป้องกันการติดตามและการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำนี้ บริษัทได้มีการดำเนินการมาตราการดั่งต่อไปนี้:- - กำหนดให้มีนโยบายการแจ้งแหล่งข้อมูลทุจริตโดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในภาคสนามเป็นความลับ (Whistleblower Policy) ด้วยการติดต่อให้ข้อมูลการทุจริตนั้นเป็นการเฉพาะเพื่อเป็นการป้องกัน แหล่งแจ้งข้อมูลนั้นๆ - กำหนดให้มีรายงานการเตือนล่วงหน้า (Early Warning Report) เพื่อบ่งชี้สัญ ญาณของการทุจริต พร้อมกับให้มีการแบ่งเกรดของร้านสาขาโดยจำแนกตามระดับของความเสี่ยงในความเสียหายที่อาจจะ เกิดขึ้น ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาสที่สองของปี 2553 (บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย) - แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตขึ้นมาสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ ป้องกันปราบปรามการทุจริตในการติดตามดูแลคดีทุจริตทั้งหมดอย่างเข้มงวดตามนโยบายการที่ไม่ยอม ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น (Zero Tolerance Policy) พร้อมกับให้มีการออกกฎระเบีย บและติดตามผลการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาคดีทุจริตเหล่านั้นให้เหมาะสม - กำหนดให้มีการฝึกอบรมและเพิ่มความรับผิดชอบให้กับผู้จัดการภาคเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง - จัดให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานกฎหมายและผู้บริหารของภาคสนามในการ ติดตามและดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริต บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักจากรถจักรยานยนต์มาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้สำเร็จ ดังจะเห็น ได้จากสัดส่วนของยอดขายไตรมาสที่สองในปี 2553 อันประกอบด้วยยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ลดลงเหลือเพียง 0.14 %ของยอดขายทั้งหมดและจำนวนบัญชีเช่าซื้อของรถจักรยานยนต์ที่ลดลงเหลือเพียง 2,323 บัญชี ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2553 ข้อสังเกตุสำหรับตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของไตรมาสที่สองสำหรับปี 2553 งบกำไรขาดทุน ผลประกอบการไตรมาสที่สองของปี 2553 บริษัทมีกำไรสุทธิ 25.8 ล้านบาท เปรียบเทียบกับไตรมาสที่สองของ ปี 2552 ที่มีกำไร 12.6 ล้านบาท รายได้ทั้งหมดของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 476.2 ล้านบาท ในไตรมาสที่ส องของปี 2552 เป็น 567.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเท่ากับ 19.3% ทั้งนี้เนื่องมาจากยอดขายของเครื่องปรับอากาศที่เพิ่ม ขึ้นมากกว่า 9,000 เครื่องใน ไตรมาสที่สองในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง 3.0% หรือ ลดลงเท่ากับ 3.5 ล้านบาท อัน เนื่องมาจากจำนวนบัญชีเช่าซื้อที่ลดลงจาก 162,169 บัญชี ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 ลดลงเหลือ เท่ากับ 155,521 บัญชี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน2553 ทั้งนี้เนื่องมาจากจำนวนบัญชีที่ปิดและยึดคืนมากกว่าบัญ ชีที่เปิดใหม่ และ รายได้อื่นก็ลดลงประมาณ 4.6 ล้านบาท อันมีสาเหตุมาจากในไตรมาสนี้บริษัทฯไม่ได้มีกำไรจากการขายร้านสาขาที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้และการใช้สิทธิในการซื้อรถบรรทุกเดินตลาดที่บริษัทเช่าใช้มาจากผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่าใช้ที่ ครบกำหนดแล้วขายออกไปเช่นดียวกันกับไตรมาสที่สองของปี 2552 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2553 บริษัทฯมีการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือจำนวน 30.0 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับการตั้ง สำรอง ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2552 อันมีผลสืบเนื่องมาจากการวางแผนจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีการ เคลื่อนไหวช้าและรถจักรยานยนต์ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาสที่สองของปี 2553 (บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย) โดยภาพรวมของไตรมาสที่สองของปี 2553 บริษัทมียอดกำไรสุทธิทั้งสิ้น 25.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดกำไร สุทธิ 12.6 ล้านบาท ของไตรมาสที่สองของปี 2552 ผลต่างที่เพิ่มขึ้น 13.2 ล้านบาท สามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้:- ล้านบาท 1.) ยอดขายของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 100 2.) รายได้ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระลดลง -3 3.) รายได้อื่นๆลดลง -5 4.) ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น -78 5.) ค่าใช้จ่ายผันแปรเพิ่มขึ้น -21 6.) ค่าใช้จ่ายกึ่งผันแปรลดลง 14 7.) ค่าใช้จ่ายประจำลดลง 2 8.) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 4 รวมผลต่าง 13 งบดุล ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้อื่น-สุทธิ เพิ่มขึ้นจาก 1,132 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 มาเท่ากับ 1,208 ล้าน บาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2553 หรือเพิ่มขึ้นเท่ากับ 6.7% ทั้งนี้ เนื่องมาจากมูลค่าของบัญชีเช่าซื้อเครื่องปรับอากาศขาย ใหม่ที่มีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของบัญชีเช่าซื้อเดิมที่ปิดอันเนื่องมาจากการปิดบัญชีปกติการยึดคืนและการให้ส่วนลด จำนวนบัญ ชีเช่าซื้อ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2553 ลดลงเหลือเท่ากับ 155,521 บัญชี เทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2552 ที่มีจำนวนเท่ากับ 162,169 บัญชี หรือลดลงเท่ากับ 6,648 บัญชี สินค้าคงเหลือ - สุทธิ เพิ่มขึ้นจาก 201 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 มาเท่ากับ 234 ล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2553 สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของสินค้าใหม่อันได้แก่ เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่ และ ตู้เย็นเพื่อไว้ใช้ในการ ขายสำหรับฤดูร้อน เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2553 คงเหลือเท่ากับ 118 ล้านบาท ลดลงจากเดือนธันวาคม 2552 ซึ่งเท่ากับ 153 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องมาจากการชำระเงินค่าสินค้าล่วงหน้าให้กับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อให้ได้ส่วนลดเงินสด เงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยสำหรับไตรมาสที่สองลดลงเท่ากับ 12.3 ล้านบาท ตามตารางการชำระเงินคืนกู้ โดยเงินที่ ชำระคืนนั้นมาจากกระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาสที่สองของปี 2553 (บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย) จึงเรียนมาเพื่อชี้แจงข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัท ขอแสดงความนับถือ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ( นายบุญยง ตันสกุล ) กรรมการผู้จัดการ